By Breez

7 ซุปเปอร์เปี๊ยก โดย มนัส กิ่งจันทร์

                เมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว วันที่เด็กๆ อย่างผมรอคอย ก็คือ วันเด็กแห่งชาติ ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ที่รอก็เพราะว่า เด็กๆ อย่างเรา จะได้รับความเมตตา เอาอก เอาใจเป็นพิเศษจากผู้หลักผู้ใหญ่ ส่วนที่โรงเรียนก็จะมีการจัดงานวันเด็ก ให้เด็กๆ ได้แสดงความรู้ ความสามารถกันและก็จะมีข้าวของแจกเป็นรางวัลสำหรับเด็กๆ มีขนมมาเลี้ยงเด็กๆ แต่ที่ผมรู้สึกสนุกมากๆ ก็คือ การที่จะได้ดูหนังฟรีๆ ในโรงหนังใหญ่ 4 โรงของเมืองสุรินทร์ วันนั้น โรงหนังเขาก็จะเปิดฉายหนังรอบเช้าให้เด็กๆ ดูกันฟรีๆ สมัยนั้นหนังโรงเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ ของการดูหนัง ดังนั้น เด็กๆ จึงตื่นเต้นกันเป็นพิเศษเพราะแต่ละโรงก็จะหาหนังอะไรที่คิดว่า เด็กๆ ชอบมาฉาย แต่ถ้าไม่มีจริงๆ เขาก็จะฉายหนังที่ฉายวันนั้นนั่นแหละให้ดูฟรีๆ 


  


                สมัยนั้น จังหวัดสุรินทร์มีโรงหนังอยู่ 4 โรงคือ โรงคาเธ่ย์-ศรีสยาม-ศรีสุรินทร์และเพชรเกษม พอถึงวันเด็กก็จะไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าแต่ละโรง เขาจะฉายหนังเรื่องอะไร เด็กๆ อย่างผมก็อาศัยวิธีวิ่งดูที่โรงหนังใกล้บ้านก่อนคือ โรงคาเธ่ย์ พอรู้ว่าฉายเรื่องอะไร ถ้าไม่อยากดู ก็จะวิ่งไปโรงศรีสยาม ไปโรงเพชรเกษมและโรงศรีสุรินทร์ตามลำดับเพราะอยู่ใกล้ๆ กันซึ่งบางปี ผมก็วิ่งรอกดูทั้ง  4 โรงเลยนั่นแหละ สนุกดีครับ



                ถ้าถามความรู้สึก สมัยที่เป็นเด็กๆ ว่า อยากดูหนังแบบไหน ก็ต้องบอกว่า อยากดูหนังพวกหนังแปลงร่าง หนังสัตว์ประหลาด หนังต่อสู้กัน แต่หนังแบบนี้ก็ไม่ค่อยจะมีมาฉายให้ดูตามจอหนังกลางแปลง ต้องอาศัยดูจากจอทีวีบ้านเพื่อนเพราะทีวีราคาแพงมากๆ บ้านใครมีทีวีก็จะมีเด็กๆ ไปออกันเต็ม ส่วนหนังโรงก็พอจะมีหนังที่สร้างสำหรับเด็กๆ บ้างเรียกว่า หนังเด็กคือหนังที่มีเด็กๆ เป็นตัวเดินเรื่องสำคัญ หนึ่งในนั้นก็คือเรื่อง 7 ซุปเปอร์เปี๊ยก แต่ก่อนที่จะพูดถึง 7 ซุปเปอร์เปี๊ยก ก็มาดูความเป็นมาของวันเด็กแห่งชาติกันก่อนนะครับ

                เด็ก หมายถึง คนที่มีอายุยังน้อย ยังเล็ก ยังอ่อนวัย ซึ่งมีอายุไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์ เรียกว่า เด็กหญิง เด็กชาย แต่โบราณนิยมให้เด็กๆ ไว้ผมจุก ดังนั้น พิธีโกนจุกจึงเป็นเสมือนการบอกว่า เด็กเหล่านั้นกำลังจะพ้นวัยเด็กแล้ว วันเด็กแห่งชาติ ถือกำเนิดจากนายวี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศเป็นผู้เสนอแนวความคิดต่อกรมประชาสงเคราะห์ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเพื่อกระตุ้นให้เด็กได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง ในประเทศไทยนั้นครั้งแรกที่มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติก็ถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมเป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยเริ่มเมื่อปี 2498 ทุกๆ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานพระบรมราโชวาท สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมและฯพณฯนายกรัฐมนตรีจะมอบคำขวัญวันเด็กเพื่อแสดงให้เห็นว่า เด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดของชาติ สำหรับคำขวัญวันเด็กแห่งชาติของฯพณฯนายกรัฐมนตรีนั้น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เล็งเห็นคุณค่าความสำคัญของเด็ก จึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคิด เริ่มครั้งแรกเมื่อปี 2502 คำขวัญวันเด็กแห่งชาติที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ เช่น เด็กคืออนาคตของชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ เป็นต้น



                งานวันเด็กแห่งชาติ ได้จัดติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปี 2506 จึงมีแนวความคิดว่า จะเปลี่ยนไปจัดงานวันเด็กในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมแทนเพราะพ้นจากฤดูฝนแล้วและเป็นวันหยุดราชการโดยคิดจะเริ่มในปี 2507 แต่ก็จัดไม่ทัน ทำให้ปีดังกล่าวไม่มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ส่วนงานวันเด็กแห่งชาติ ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมนั้นได้เริ่มครั้งแรก เมื่อปี 2508 มาจนถึงทุกวันนี้

                สมัยนั้น วันเด็กแห่งชาติ ก็จะเป็นวันที่ผู้หลักผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิด ความเห็น ได้แสดงออกทางการละเล่นต่างๆ อย่างสนุกสนาน ที่ทำเนียบรัฐบาลก็จะมีเด็กๆ แวะเวียนไปขอนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี มีการใส่บาตรทำบุญ ฟังเทศน์ ถ้าเด็กผู้ชายก็จะชอบไปดูรถถังที่ท้องสนามหลวง หน่วยงานต่างๆ ก็จะจัดงานให้กับเด็กๆ สวนสัตว์เขาดินก็เปิดบริการให้เข้าชมฟรี



                ส่วนหนังเด็กเรื่อง 7 ซุปเปอร์เปี๊ยก นั้นก็เป็นผลงานการสร้างของไฟว์สตาร์โปรดักชั่น โดย เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร เป็นผู้อำนวยการสร้าง สักกะ จารุจินดา เป็นผู้กำกับการแสดง นำแสดงโดย ด.ญ.พอหทัย พุกกณะสุต-ด.ช.เดน่า ไมเออร์-ด.ช.เอกชัย กรีน-ด.ช.โอฬาร สาราณียวงษ์-ด.ช.อดิศักดิ์ จิตตรัตน์-ด.ญ.ปัทมาวดี ปานทอง-ด.ช.อมรพันธ์ จินดานุช ร่วมด้วย เมตตา รุ่งรัตน์-ปัญญา นิ่มเจริญพงษ์-ชินดิษ-ฉกาจ ฉายครั้งแรกวันที่ 5 พฤษภาคม 2521 ที่โรงหนังเอเธนส์-แกรนด์-พาราไดซ์

                หนังเริ่มเรื่อง เมื่อโรงเรียนปิดเทอม ครูระบำ (เมตตา) กับครูโป้ง (ปัญญา) ก็พานักเรียนประมาณ 40 คนไปเที่ยวชายทะเลที่จังหวัดระยอง โดยไปตั้งแค้มป์พักกันเองเพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ต่อมาเด็กกลุ่มหนึ่ง 7 คนซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องก็พากันไปเที่ยวตกปลาหาหอยไกลจากที่พักและไปพบบ้านร้างหลังหนึ่งซึ่งสมัยก่อนเคยเป็นที่พักของทหารอเมริกัน มีป้ายปักหน้าบ้านว่า ห้ามเข้า ผีดุ เด็กๆ ก็เห็นว่าเป็นเรื่องตลกเพราะครูสอนว่า ผีไม่มีในโลก จึงจะพากันเข้าไปพิสูจน์ในบ้านหลังนั้น แต่ก็ถูกชายคนหนึ่งไล่ออกมาก่อน เด็กๆ ก็คิดกันว่า บ้านร้าง แต่มีคนเฝ้า มันต้องมีอะไรสักอย่างที่เป็นเรื่องไม่ดีเหมือนอย่างที่เคยเห็นในหนังทีวี จึงจะแอบเข้าไปดูให้รู้ความจริง แม้ว่าจะมีเด็กๆ บางคนคัดค้าน แต่สุดท้ายก็ตามไปด้วย



                พอแอบเข้าไปในบ้านร้าง เด็กๆ ก็ได้ยินฝรั่งคนร้ายพูดถึงเรื่องการนำทองคำแท่งซึ่งปล้นมาจากธนาคารไปแลกกับอาวุธสงคราม ก็รีบไปบอกครูโป้ง แต่ครูโป้งกลับเตือนไม่ให้เข้าไปยุ่งกับที่นั่นเอง พอดีจ่าหงอยผ่านมาเยี่ยมแค้มป์ เด็กๆ ก็เล่าเรื่องให้จ่าหงอยฟัง จ่าหงอยฟังแล้วกลับคิดว่าเด็กๆ เล่าเรื่องจากหนังทีวีให้ฟัง ทำให้เด็กๆ ก็พากันน้อยใจที่ไม่มีใครเชื่อคำพูดตน จึงตกลงกันว่า จะต้องไปเอาทองคำแท่งมาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เด็กๆ อย่างเราพูดจริง จากนั้นก็พากันกลับไปที่บ้านร้างและลอบเข้าไปในห้องใต้ดินและก็นำทองคำแท่งมาใส่ไว้ในเสื้อของจุ๋มจิ๋มเด็กตัวอ้วนๆ แต่ขณะกำลังจะหนีออกมา คนร้ายก็รู้ตัวและจับจุ๋มจิ๋มไว้ เด็กๆ ก็รีบกลับไปบอกครูและตำรวจมาช่วยจุ๋มจิ๋ม คนร้ายรู้ว่า ความลับรั่วไหลและตำรวจกำลังจะมาจึงหลบหนีไป เด็กๆ ก็รอดปลอดภัยกลับมา