By Breez


ตามหาหนังมิตร ชัยบัญชา เรื่องแรก โดย มนัส กิ่งจันทร์

หนังมิตร ชัยบัญชา เรื่องแรกก็คือ ชาติเสือ บทประพันธ์ของ อรวรรณ เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ นำแสดงโดย มิตร-เรวดี-ประภาศรี-น้ำเงิน-นัยนา-อุษณีย์-นพมาศ-ปัญจะ-พร-ประมินทร์ สร้างโดย ทัศไนยภาพยนตร์ โดย รังสรรค์ ตันติวงศ์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ประทีป โกมลภิส กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกสองโรงพร้อมกันในวันที่ 18 มิถุนายน 2501 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง พากย์โดย รุจิรา-มารศรี-ปรีชา ส่วนที่โรงหนังเฉลิมบุรี พากย์โดย สมพงษ์-ทัศนัย-ชอุ่มงาม-ศักดา

                คงไม่ต้องบอกนะครับว่า ทำไมถึงจะต้องตามหาหนังมิตร ชัยบัญชา เรื่องแรกนี้ แต่ปัญหาที่พบก่อนก็คือ จะตามหายังไง บางท่านก็คิดว่า ไปหาผู้สร้างหรือผู้กำกับซิ เขาน่าจะเก็บฟิล์มไว้ ข้อนี้ ตัดทิ้งไปได้เลยเพราะผู้สร้าง เขาก็ปล่อยฟิล์มขายขาดไปตามสายหนังตั้งแต่วันแรกฉายแล้วและก็ไม่มีฟิล์มต้นฉบับด้วยเพราะระบบฟิล์มหนัง 16 มม.นั้นเป็นฟิล์มที่ใช้ถ่ายและล้างออกมาฉายได้เลย จึงไม่มีฟิล์มต้นฉบับ สมัยนั้นหากจะทำสำเนาฟิล์มเพื่อฉายก็จะมีไม่เกิน 5 ก๊อบปี้ซึ่งก็ใช้ฉายไปทั่วประเทศและเมื่อ 50-60 ปีที่แล้วก็ยังไม่มีระบบวีดีโอเทปจึงไม่อาจจะสำรองภาพเก็บภาพไว้ด้วยวิธีอื่น

                ดังนั้น การตามหาฟิล์มหนังเรื่องแรกของมิตร ชัยบัญชา จึงต้องตามหาจากกากฟิล์มที่เหลืออยู่จากการฉายเท่านั้นซึ่งต้องอาศัยการข่าว การสืบค้นหาว่า มีบริการหนังกลางแปลงหรือหนังขายยาเจ้าไหนบ้างที่เคยฉายหนังชาติเสือ พยายามถามหาในท้องถิ่นที่ธุรกันดารให้มากที่สุดเพราะระบบการไหลเวียนของกากฟิล์มหนังนั้นก็คือจะฉายในที่ที่เจริญก่อน แล้ว จากนั้นก็ค่อยๆ ไปฉายในชนบท ไล่ลงไปเรื่อยๆ แหล่งข่าวที่จะหาได้ก็คือ นักพากย์หนังเพราะชาติเสือเวลาฉายจะต้องพากย์สดๆ บางครั้งนักพากย์จะพากย์จนจำหนังได้และไม่ต้องดูบทพากย์ หนังพากย์แต่ละเรื่องจึงยังอยู่ในความทรงจำของเขา ถ้าเรารู้ว่านักพากย์คนไหนเคยพากย์ชาติเสือบ้าง เราก็จะรู้ทันทีว่า ฟิล์มอยู่ที่ไหน



จากปี 2501 เป็นต้นมาจนกระทั่งมิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตในปี 2513 นั้น กระแสการตามหาฟิล์มหนังเรื่องแรกของมิตรก็ยังไม่เกิดขึ้น เพิ่งจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเริ่มมีการจัดงานรำลึกมิตร ชัยบัญชา มีการนำหนังเก่าๆ ของมิตรกลับมาฉายอีก นั่นแหละจึงมีการคิดว่า ถ้าได้หนังมิตรเรื่องแรกมาฉายก็น่าจะดี จึงเริ่มคิดตามหากัน

                สำหรับผมแล้วได้ยินคนพูดว่ามีฟิล์มชาติเสือครั้งแรกก็เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2544 มีคนมาเสนอขายฟิล์มชาติเสือให้คุณโต๊ะพันธมิตรในราคาสูงมาก แต่คุณโต๊ะไม่ได้ซื้อไว้ จากนั้นข่าวฟิล์มชาติเสือก็เงียบหายไป แต่ในทางลับนั้น พวกเราหลายคนช่วยกันสืบข่าวต่อว่า เขาจะมีฟิล์มชาติเสือจริงหรือไม่ ก็ใช้เวลาหลายปีกว่าจะปะติดปะเรื่องราวได้ว่าเป็นข่าวโคมลอย เขาอาจจะแค่เห็นกระเป๋าฟิล์มเขียนว่าชาติเสือ แต่ไม่ได้เปิดดูฟิล์มข้างในซึ่งพวกเราเจอกันบ่อยๆ เป็นอันว่าข่าวครั้งแรกที่บอกว่ามีฟิล์มชาติเสือจึงไม่ใช่เรื่องจริง

ต่อมาวันที่ 6 สิงหาคม 2559 ผมกับเพื่อนเดินทางไปหาลุงออด ธีระชัย เจ้าของบริการหนังธีระชัยภาพยนตร์และสุรนารีภาพยนตร์ ที่สระบุรี ตอนนั้นมีข่าวว่าลุงออดซึ่งเคยเป็นนักพากย์หนัง แม้จะเลิกกิจการแล้วก็ยังเก็บกากฟิล์มไว้ มีทั้งหนัง 16 มม.และ 35 มม. พวกเราก็รีบไปหาลุงออดทันที แต่พอไปถึงจึงรู้ว่าลุงออดได้ขายฟิล์มเหล่านั้นไปหมดนานแล้วจึงนั่งคุยกันเล่นๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งลุงออดพูดถึงเรื่องที่เคยฉายหนังชาติเสือด้วย

ลุงออดบอกว่า ฟิล์มชาติเสือนั้น เมื่อเลิกฉายแล้วได้ขายฟิล์มให้บุญเลิศภาพยนตร์ อุดรธานี ส่วนถิ่นฐานที่อยู่ของบุญเลิศภาพยนตร์นั้น ลุงออดไม่รู้เพราะเขาเลิกกิจการไปแล้ว ผมจึงเริ่มต้นด้วยการเจาะถามไปยังสมาชิกใน facebook ชุมทางหนังไทยในอดีต ถามหาคนที่เคยรู้จักหรือเคยเป็นนักพากย์หนังที่อุดรธานีเพื่อจะสืบข่าวเรื่องบุญเลิศภาพยนตร์ ก็เผอิญมีนักพากย์คนหนึ่งชื่อคุณฉกรรจ์ โคตรน้ำเนาว์ บอกว่า เคยมาเช่าฟิล์มหนัง 16 มม.จากบริการพยงค์ภาพยนตร์ นครราชสีมา ไปฉายที่อุดรธานีบ่อยๆ แต่ตัวเขาเองไม่เคยฉายชาติเสือ จากนั้นเขาก็สืบหาข่าวให้ว่ามีเพื่อนนักพากย์คนไหนเคยฉายชาติเสือบ้าง ก็ได้ความว่า ลุงจำเนียร ศรีหามาตย์ อายุ 76 ปีใช้ชื่อพากย์ว่า อมรเทพ เป็นคนเคยพากย์หนังชาติเสือ



ลุงจำเนียรก็เล่าให้ฟังว่า บุญเลิศภาพยนตร์นั้น เจ้าของชื่อคุณบุญเลิศ แก้วขำ เป็นคนปทุมธานี แต่ไปเปิดบริการหนังกลางแปลงที่อุดรธานี ไปกับพี่ชายโดยคุณบุญเลิศใช้ชื่อว่าบริการบุญเลิศภาพยนตร์ ส่วนของพี่ชายใช้ชื่อบริการอุดรภาพยนตร์ แต่ลุงจำเนียรก็ไม่รู้ว่าบุญเลิศภาพยนตร์จะมีฟิล์มชาติเสือจริงหรือไม่เพราะตอนที่ลุงจำเนียรพากย์ชาติเสือนั้นเป็นการพากย์ให้กับจอหนังบริการวิโรจน์ภาพยนตร์ ขอนแก่น วิโรจน์เป็นคนเชื้อสายจีนเดินทางไปเปิดบริการหนังกลางแปลงที่ขอนแก่นกับน้องชาย โดยน้องชายไปเปิดสาขาที่อุดรธานีและก็มีหนังชาติเสือมาไว้ประจำบริการวิโรจน์ภาพยนตร์ด้วย

                ลุงจำเนียรเล่าว่า สมัยนั้นอุดรธานีมีบริการฉายหนัง 16 มม.อยู่หลายแห่งเช่น บางกอก509 โชคดีภาพยนตร์ พร้อมพันธุ์ภาพยนตร์ กังวานเมืองภาพยนตร์ เมื่อวิโรจน์ภาพยนตร์ขาดนักพากย์ก็เลยจ้างลุงจำเนียรไปพากย์หนังชาติเสือ ตอนที่พากย์นั้น ฟิล์มเหลือเพียง 2 ม้วนครึ่ง แต่ก็ดูรู้เรื่อง พอถามว่า คิดว่าตอนนี้ฟิล์มชาติเสือจะอยู่ที่ไหน ลุงจำเนียรก็ตอบไม่ได้เพราะเมื่อหมดยุคหนัง 16 มม. แต่ละคนก็มุ่งจะทำแต่หนัง 35 มม.ไม่มีใครสนใจฟิล์ม 16 มม.อีกเลย



ต่อมาผมก็ขอให้บริการแจ่มจันทร์ภาพยนตร์ อุดรธานี ช่วยสืบหาที่อยู่ของคุณบุญเลิศว่าพักอยู่ที่ไหน ก็พบแต่ลูกชายชื่อคุณต๋อง ซึ่งยังทำงานอยู่ที่อุดรธานี คุณต๋องบอกว่า คุณพ่อย้ายไปอยู่อ่างทองตั้งแต่ปี 2525 แล้วและให้เบอร์โทรติดต่อ  

คุณบุญเลิศ แก้วขำ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันอายุ 87 ปี สมัยก่อนเคยหิ้วหนัง 16 มม.ไปฉายตามโรงหนังต่างๆ ต่อมาจึงไปปักหลักฉายหนังกลางแปลงที่อุดรธานี โดยซื้อเครื่องฉาย 16 มม.และซื้อฟิล์มหนังชาติเสือจากลุงออดไป เมื่อกิจการเจริญรุ่งเรืองจึงซื้อหนัง 16 มม.ไว้ประจำบริการหลายๆ เรื่อง มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับคนฉายหนังอื่นๆ ตลอดมาหมดยุคหนัง 16 มม. คุณบุญเลิศก็เปลี่ยนไปฉายหนัง 35 มม.เคยมีจอฉายหนังถึง 7 จอ ต่อมาเกิดการแข่งขันกันสูง จึงยุบหน่วยฉายลงเรื่อยๆ กระทั่งปี 2521 ก็เลิกกิจการ แต่ก็ยังเก็บกากฟิล์มไว้ซึ่งมีฟิล์ม 16 มม.ด้วย ตอนนั้นกากฟิล์มจะเก็บอยู่บ้านตรงข้ามโรงหนังเฉลิมวัฒนา แต่ต่อมาเกิดน้ำท่วมใหญ่เมืองอุดรธานี ทำให้กากฟิล์มที่เก็บไว้ชั้นล่างเสียหายหมด ส่วนชั้นบนไม่เป็นอะไร แต่ก็เกิดไฟไหม้บ้านข้างเคียง มีการฉีดน้ำเลี้ยงคลุมบ้านคุณบุญเลิศด้วย ทำให้กากฟิล์มที่เก็บไว้ชั้นบนเปียกน้ำเสียหายอีก จึงทิ้งกากฟิล์มทั้งหมดไป

พอถามถึงฟิล์มชาติเสือ คุณบุญเลิศก็จำไม่ได้ว่าจะขายให้ใครไปก่อนไฟไหม้หรือไม่เพราะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนฟิล์มกันบ่อยๆ มีทั้งหนังขายยาเจ้าเล็กๆ หนังขอข้าวจังหวัดใกล้เคียงมาขอซื้อไปบ้าง ก็เลยไม่รู้ว่า ฟิล์มชาติเสือจะถูกน้ำท่วมหรือถูกไฟไหม้..หรือว่าจะไปอยู่กับคนฉายหนังคนไหน

มาถึงจุดนี้ ทุกอย่างก็ต้องกลับไปตั้งต้นหากันใหม่อีกว่า ใครเคยพากย์หนังชาติเสือบ้างครับ..