By Breez


วิมานไฟ ถูกสร้างเป็นหนังอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นรุ่นมิตร ชัยบัญชา แสดง ส่วนครั้งที่ 2 เป็นรุ่นสรพงศ์ ชาตรี ผมทันดูรุ่นสรพงศ์ ชาตรี แสดงขณะที่กำลังเรียนชั้นมัธยมปลายอยู่ที่สุรินทร์ ตอนนั้นยังเป็นเด็ก ดูแล้วก็ชอบ ต่อมาเมื่อรู้ว่าเคย มีหนังรุ่นมิตร ชัยบัญชา แสดงด้วยก็แอบตั้งความหวังลึกๆ ว่า สักวันหนึ่งจะได้ดู

                ต่อมาวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ผมกับเพื่อนเดินทางไปหาฟิล์มหนังเก่าๆ ที่ตำบลนาคำ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี โดยคำแนะนำของพระไกรยศ เจ้าอาวาสวัดแก่งกุจาร โดยท่านบอกว่า ที่ตำบลนาคำ มีคนฉายหนัง 16 มม.อยู่คนหนึ่ง เมื่อเขาเลิกฉายหนังแล้ว ก็ยังเก็บฟิล์มหนังไว้

                เมื่อไปถึงจึงทราบว่า นักพากย์คนนั้นชื่อ คุณศาสตรา เคยตั้งบริการฉายหนัง 16 มม.ชื่อศรีเมืองภาพยนตร์ เป็นบริการหนังเล็กๆ ฉายอยู่แถวๆ อำเภอศรีเมืองใหม่ เมื่อถามว่า ยังเก็บฟิล์มไว้หรือไม่ คุณศาสตราก็บอกว่า ก็เก็บไว้หมด เป็นสิบๆ เรื่อง แต่ต่อมาฟิล์มหนังเหล่านั้นก็เสียหายเพราะชั้นที่เก็บฟิล์มไว้โค่นลงมา กระเป๋าฟิล์มเปียกน้ำ คงเหลือแต่แผ่นโชว์การ์ดของหนังเหล่านั้น ว่าแล้วก็เอาแผ่นโชว์การ์ดที่เหลือๆ มาให้พวกเราดู ผมเปิดดูไปทีละแผ่น ส่วนใหญ่จะเป็นหนังมิตร ชัยบัญชาและก็มาสะดุดตามโชว์การ์ดแผ่นหนึ่งเขียนชื่อเรื่องไว้ว่า วิมานไฟ



ผมถามคุณศาสตราว่า เคยฉาย วิมานไฟ ด้วยหรือ พี่เขาก็บอกว่า เคย.. ผมกำลังจะถามหาฟิล์มหนังวิมานไฟ แต่คุณศาสตราก็พูดสวนออกมาก่อนว่าฟิล์มหนังมันจมน้ำไปแล้ว เหลือแค่โชว์การ์ดแผ่นนี้แหละ ผมนี่ใจหายหมดแล้ว วิมานไฟ ที่ผมตามหามานาน บัดนี้ได้กลายเป็นวิมานทลายไปแล้วหรือนี่ 

                วิมานไฟ เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ สร้างจากบทประพันธ์ของ กัญชลา นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา-เพชรา เชาวราษฎร์-ประจวบ ฤกษ์ยามดี-ชุมพร เทพพิทักษ์-เมตตา รุ่งรัตน์-ศศิธร เพชรรุ่ง-สมจิตร ทรัพย์สำรวย-ฑัต เอกฑัต-พฤหัส บุญหลง-สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม สร้างโดย นพรัตน์ภาพยนตร์ โดย นพรัตน์ ศศิวิมลรักษ์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ครูเนรมิต กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2512 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

                ส่วนครั้งที่ 2 นั้นเป็นหนังยุค 35 มม.พากย์เสียงในฟิล์ม นำแสดงโดย สรพงศ์ ชาตรี-อรัญญา นามวงษ์-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์-เศรษฐา ศิระฉายา-พรพรรณ เกษมมัสสุ-อดุลย์ ดุลยรัตน์-รอง เค้ามูลคดีสร้างโดย เอแพ็กซ์โปรดักชั่น โดย นันทา ตันสัจจา เป็นผู้อำนวยการสร้าง วินิจ ภักดีวิจิตร กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 29 กันยายน 2522 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม-วอชิงตัน-ออสการ์-อินทรา



ตัวละครหลักๆ ในวิมานไฟก็จะมีอยู่ 4 คนคือ มิตร ชัยบัญชา พระเอกรับบทเป็น ภุมเรศ ภมรชัย บุรุษหนุ่มรูปหล่อ ผู้เก็บพกความแค้นของพ่อคือนายพงศ์ ภมรชัย ไว้เป็นสิบๆ ปี เป้าหมายคือ เดินทางเข้ากรุงเทพไปล้างแค้น ไปทำลายคนในตระกูลวรทิพย์ให้สมแค้นของพ่อตนเอง

                ส่วนฝ่ายหญิงก็มี 3 คน เป็นพี่น้องกัน สวยกันคนละแบบ คนโตคือ เมตตา รุ่งรัตน์ รับบทเป็น ทาทอง อายุเกือบจะ 30 ปี เป็นพี่ใหญ่ของบ้านวรทิพย์ เป็นคนเอาการเอางาน นิสัยเด็ดขาด เมื่อสิ้นนายสุวรรณ วรทิพย์ ผู้เป็นพ่อแล้ว ทาทองก็ขึ้นมาเป็นผู้บริหารกิจการของบริษัทวรรณจักรและปกครองดูแลน้องๆ แทนพ่อ

                คนที่ 2 คือ เพชรา เชาวราษฎร์ รับบทเป็น โรยทอง สวย ปราดเปรียว ฉลาด ทันคน เก่งไม่แพ้ทาทองพี่สาว แต่ ชอบคบผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ทำผู้ชายอกหักมาหลายคน ส่วนน้องคนเล็กก็คือ ศศิธร เพชรรุ่ง รับบทเป็น รินทอง อายุยังไม่เต็ม 20 เรียนจบแล้ว แต่ไม่ได้ทำงานเพราะต้องคอยช่วยดูแลบ้าน ดูแลพี่สาว นิสัยออกจะซื่อๆ จนบางครั้ง ก็ถูกพี่สาวแซวว่า ซื่อหรือเซ่อกันแน่

                วิมานไฟ หนังเปิดเรื่องที่สถานีรถไฟสงขลา พงศ์ ภมรชัย ผู้เป็นพ่อกำลังสั่งเสีย ภุมเรศ ภมรชัย ลูกชายที่กำลังจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อย่าให้ลืมเรื่องความแค้นของพ่อ แค้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว นายสุวรรณ วรทิพย์ เพื่อนของพ่อมันทรยศหักหลังพ่อ จนทำให้พ่อถูกล้มละลาย ต้องหนีจากกรุงเทพฯมาอยู่ที่สงขลา บัดนี้ นายสุวรรณเสียชีวิตแล้ว ลูกสาวของมัน



เป็นผู้บริหารแทน ลูกจงใช้ความเป็นหนุ่มของลูกทำลายพวกมันให้พ่อหายแค้น ภุมเรศ รับปากรำคำพงศ์ผู้เป็นพ่อเป็นมั่นเป็นเหมาะก่อนรถไฟจะเคลื่อนออกจากสถานีรถไฟสงขลา

                ภุมเรศ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากจุดไหนก็เผอิญพบกับ นฤชา (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับบ้านนายสุวรรณศัตรูของพ่อ แถมยังสามารถเข้านอกออกในบ้านสุวรรณได้อย่างสบายและภุมเรศก็ได้รู้เรื่องราวของพี่น้องสามสาวจากปากของนฤชาซึ่งเล่าให้ฟังอย่างหมดเปลือกและยังบอกอีกว่า ตนเองนะชอบรินทอง น้องคนเล็กของบ้านหลังนั้นด้วย

                นฤชาพาภุมเรศเข้าไปบ้านนายสุวรรณ ทำทีว่าเดินทางมาเคารพนายสุวรรณ แต่มาไม่ทัน ตลอดการเจรจา คำพูดคำจาผสมกับความหล่อที่มีเสน่ห์ของภุมเรศก็ทำให้เมื่อทาทองถามว่า เสร็จธุระแล้ว ภุมเรศจะไปไหนต่อ เมื่อภุมเรศบอกว่า จะให้งานทำที่กรุงเทพฯ ทาทองผู้เป็นพี่สาวจึงตกลงรับภุมเรศเป็นที่ปรึกษาของบริษัททันที โดยไม่ปรึกษาใครๆ แม้แต่ทนายประจำตระกูล



ต่อมาเมื่อทาทองรู้ว่า ภุมเรศไม่มีที่พัก ก็สั่งตกแต่งเรือนพักให้อีกหลังหนึ่งและยังให้เงินไปซ่อมแซมบ้านภุมเรศที่สงขลาด้วย ช่วงระยะเวลาไม่นาน เมื่อภุมเรศรู้ว่า ทาทองตกหลุมรักตนแล้ว ภุมเรศก็เริ่มว่าเสน่ห์เกาะแกะไปยังน้องสาวอีก 2 คน แต่โรยทองดูท่าจะรู้ทันจึงยังไม่เผลอใจ แต่รินทองคนน้องนี่แหละยังอ่อนเดียงสาจึงตกเป็นทาสรักของภุมเรศเข้าเต็มเปา ยอมเสียตัวให้ แต่ภุมเรศก็ฉลาดพอที่จะเลือกแต่งงานออกหน้าออกตากับทาทองผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในตระกูลวรทิพย์

                รินทองเมื่อรู้ว่าภุมเรศจะแต่งงานกับทาทองพี่สาว ก็เหง้างอนภุมเรศว่าไม่รักตนจริง ภุมเรศจึงชวนรินทองไปจดทะเบียนสมรสกันเงียบๆ ก่อนที่จะถึงวันแต่งงานของทาทองพี่สาว เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของโรยทอง เมื่อภุมเรศทำท่าจะจีบโรยทอง จึงถูกโรยทองตอกหน้าหงายกลับไป 

                ในวันแต่งงานนั้น ภุมเรศก็สารภาพรักกับโรยทอง แต่ถูกโรยทองตบหน้าและเธอก็วิ่งร้องไห้กลับไป ทำให้ภุมเรศรู้ว่า โรยทองก็รักตนเหมือนกัน ฝ่ายทาทองเริ่มมองเห็นความผิดปกติในตัวภุมเรศประกอบกับจู่ๆ รินทองก็ตั้งท้อง เมื่อถูกคาดคั้นว่าใครเป็นพ่อเด็ก รินทองก็ตอบว่า ภุมเรศเป็นพ่อเด็ก โดยบอกว่าได้จดทะเบียนก่อนจะแต่งงานกับพี่ด้วย ทาทองโกรธจนเป็นลม พอฟื้นขึ้นมาก็คว้าปืนจะยิงภุมเรศ แต่ภุมเรศแย่งปืนได้ ภุมเรศจะพารินทองไปอยู่ที่อื่น ทาทองก็คว้ามีดปลายแหลมทิ่มแทงรินทองจนตายคามือ พอหันมาจะฆ่าภุมเรศ เธอก็ฆ่าไม่ลง ได้แต่หัวเราะสลับร้องไห้วิ่งหนีไปเหมือนคนบ้า ภุมเรศร้องไห้ประคองศพรินทอง บัดนี้ เขารู้แล้วว่า ความแค้นของพ่อเขาได้ทำลายความรักที่มีอยู่ให้สิ้นไปและสิ้นไปกระทั่งหัวใจของภุมเรศเองด้วย เขาจึงตัดสินบวชล้างบาปและขออโหสิกรรมต่อโรยทอง