By OTTO


สิงห์รถบรรทุก โดย มนัส กิ่งจันทร์

ในยุคที่หนังบู๊ๆ กำลังได้รับความนิยมนั้น สิงห์รถบรรทุก ปี 2520 ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่โด่งดังมากๆ จุดขายของหนังอยู่ตรงที่การนำรถบรรทุกสิบล้อเกือบร้อยๆ คันมาเข้าฉากสุดท้ายของเรื่อง

สิงห์รถบรรทุก นำแสดงโดย สมบัติ-มยุรา-นิรุตติ์-มัตติกา-สมภพ-คนึงนิจ-สมภพ-ภุชงค์-เสาวนีย์-เกชา-วัฒนา.. สร้างโดย ทองทรัพย์สินภาพยนตร์ โดย วราภรณ์ ทองทรัพย์สิน เป็นผู้อำนวยการสร้าง พันธุ์เทพ อรรถไกวัลวที กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 12 พฤษภาคม 2520 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม

          เห็นนามสกุล "ทองทรัพย์สิน" ถ้าเป็นคนดูหนังในยุคเก่าๆ ก็คงจะคุ้นๆ เพราะเป็นเพราะนามสกุลของ สมาน ทองทรัพย์สิน ตากล้องหนัง 16 มม.ที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่ง สมานนั้นยึดอาชีพถ่ายภาพให้กับหนัง 16 มม.มานาน สมัยนั้นพอมาคนถามว่า ถ่ายหนังมานาน ไม่คิดจะสร้างหนังเองบ้างหรือ.. สมานก็บอกว่า คิด.. แต่ยังหาจังหวะเหมาะๆ ไม่ได้ จากนั้นอีกเป็นสิบปี สมานก็ได้ฤกษ์สร้างหนังเรื่องแรกคือ สิงห์รถบรรทุก



ปี 2520 นั้นมีทั้งหนังบู๊ หนังเพลง หนังชีวิตคละเคล้ากันครองตลาด แต่มือใหม่อย่างสมาน ทองทรัพย์สิน ซึ่งประเดิมงานชิ้นแรก ก็ไม่ผิดหวังเพราะสิงห์รถบรรทุก โด่งดังเกินคาด จึงทำให้สมานและครอบครัวสร้างหนังเรื่องอื่นๆ ตามมาอีกเช่น สิงห์สะเปรอะ ปี 2520 ผัวนอกคอก ปี 2523 โนรี ปี 2525 และสิงห์รถบรรทุก ภาค 2  ปี 2527 แต่ก็ไม่มีเรื่องใดประสบความสำเร็จเท่าสิงห์รถบรรทุก

          สมัยเป็นเด็กนักเรียน ผมก็มีโอกาสได้ดู สิงห์รถบรรทุก จากจอหนังกลางแปลงซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนังบู๊ที่ครบรสตามแบบฉบับของการสร้างหนังไทยในยุคนั้นๆ เพียงแต่ว่าเรื่องนี้มีฉากใหญ่ที่ทำให้ผู้คนจำติดตามากที่สุดนั่นก็คือ ฉากที่พวกคนขับรถสิบล้อเป็นร้อยๆ คนซึ่งทนต่ออิทธิพลเถื่อนของพ่อเลี้ยงไม่ไหว จึงพากันลุกขึ้นสู้ สู้ไม่สู้เปล่า ดันพากันขับรถสิบล้อมาเกือบร้อยคัน เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของคนดูหนังในยุคนั้นมากๆ เพราะก่อนหน้านั้นยังไม่เคยมีหนังเรื่องไหนทำแบบนี้มาก่อน 



เมื่อเป็นหนังที่โด่งดังมากๆ พอถึงยุคของหนังแผ่นวีซีดี-ดีวีดี จึงเป็นที่หมายปองของแฟนหนังไทยเก่าๆ ที่อยากจะดูอีก แต่ฟิล์มเนกาตีฟหรือต้นฉบับก็เสียหายไปหมดแล้ว คุณโต๊ะพันธมิตร ก็พยายามตามหากากฟิล์มแล้ว แต่ก็ไม่พบ ครั้งเมื่อติดต่อไปคุณสมาน ทองทรัพย์สิน ซึ่งขณะนั้นบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก็ทราบว่าท่านได้เก็บฟิล์มหนังสิงห์รถบรรทุกไว้หนึ่งชุดที่กุฏิ เมื่อไปถึงกุฏิ พอเปิดกระเป๋าฟิล์มออกดูก็พบว่า ฟิล์มในกระเป๋านั้นเสียหายหมดแล้วเพราะโดนละอองน้ำฝน ทำให้ฟิล์มเปียกชื้นและขึ้นรา

          ส่วนเรื่องย่อๆ ของ สิงห์รถบรรทุก ก็มีว่า พ่อเลี้ยงพรหมบุญ (เกชา เปลี่ยนวิถี) กับกำนันสิงโต (สุวิน สว่างรัตน์) แค้นใจที่ สีทอง มรกต ไม่ยอมขายที่ดินให้ จึงสั่งลูกน้องไปฆ่าสีทองตายยกครัว สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านมวกเหล็กเป็นอันมาก

          เมื่อเรื่องรู้ถึง สีหราช มรกต  (สมบัติ เมทะนี) ซึ่งเป็นพี่ชายของสีทอง จึงชวนเพื่อนรักคือ หวัง ชอบอยู่ (สมภพ เบญจาธิกุล) ควบรถสิบล้อจากกรุงเทพฯมุ่งหน้า



กลับไปแก้แค้นแทนน้องชาย บนรถสิบล้อนั้น สีหราชนำโลงเปล่าๆ 5 โลงมาด้วย เมื่อไปถึง ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง กระหน่ำยิงลูกน้องพ่อเลี้ยงพรหมบุญตายไป 3 คน จากนั้นก็นำศพใส่โลง 3 โลง แล้วสั่งให้ลูกน้องที่บาดเจ็บอีกคนหนึ่งนำโลงศพไปส่งให้พ่อเลี้ยงพรหมบุญพร้อมกับฝากบอกว่า ยังมีโลงศพเหลืออีก 2 โลงซึ่งจะให้เป็นของขวัญสำหรับพ่อเลี้ยงพรหมบุญกับกำนันสิงโต สร้างความโกรธแค้นให้กับพ่อเลี้ยงเป็นอย่างมาก จึงสั่งระดมลูกสมุนมุ่งไปยังบ้านสีทองเพื่อจัดการฆ่ากับสีหราช

          เมื่อพ่อเลี้ยงมาถึงก็พบว่า มีโลงศพ 2 โลงตั้งอยู่จริง แต่เมื่อลูกสมุนเปิดฝาโลงออกดู สีหราชและหวัง ชอบอยู่ ซึ่งซ่อนอยู่ในโลงก็ยิงสวนออกมา เกิดการดวลปืนกันสนั่น สีหราชและหวัง ชอบอยู่ หนีฝ่าวงล้อมออกไปได้ สมุนพ่อเลี้ยงก็ตามไปติดๆ สีหราชหลบเข้าไปในร้านกาแฟของแม่ม่ายสาวชื่อ มุกดา เขาใหญ่ (มัตติกา เกียรติสกุล) ซึ่งกำลังอาบน้ำอยู่พอดี จึงซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำกับมุกดา ส่วนที่หน้าร้านกาแฟนนั้นก็มีหมอดูชื่อ เป๋อ ตาทิพย์ (รุจิรา อิศรางกูร) กำลังนั่งกินเหล้าอยู่และเมื่อเห็นสมุนพ่อเลี้ยงตามมาจึงพูดจาขัดขวางไม่ให้เข้าไปค้นในร้านกาแฟน สีหราชจึงรอดตัวไป



วันต่อมา ที่ตลาดมวกเหล็ก ก็มีหนุ่มใหญ่ แต่งตัวแปลกๆ เดินเข้ามาในร้านอาหารพร้อมกับสุนัขคู่ใจ ชายหนุ่มประกาศตัวเองว่าชื่อ ชาญ บ้านสั้น (ภุชงค์ นาคราช) แล้วก็สั่งสเต๊กกับวิสกี้มาให้สุนัขกิน ส่วนตัวเองก็ล่อเหล้าโรงไป 10 ขวด สร้างความหมั่นไส้ให้สมุนพ่อเลี้ยงจนเกิดการตลุมบอนกันระหว่างคน สุนัขและสมุนพ่อเลี้ยงที่มีถึง 7-8 คน ผลปรากฏว่า สมุนพ่อเลี้ยงพากันวิ่งหนีป่าราบ ความเก่งกาจของ ชาญ บ้านสั้น รู้ถึงหูพ่อเลี้ยงพรหม แทนที่จะโกรธ แต่พ่อเลี้ยงกลับชอบใจ สั่งให้สมุนไปตามชาญ บ้านสั้น มาพบ หวังจะเอาตัวมาเป็นลูกน้องไว้คอยปราบสีหราชกับหวัง ชอบอยู่ โดยที่ยังไม่รู้ว่า แท้จริงแล้ว ชาญ บ้านสั้น นั้นก็เป็นเพื่อนรักของสีหราชกับหวัง ชอบอยู่ แต่แยกกันเดินทางมามวกเหล็ก นอกจากนี้ยังมีนักร้องที่ชื่อ แก้ว การะเวก (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) อีกคนที่สีหราชส่งข่าวนัดหมายให้มาช่วยกันปราบอิทธิพลเถื่อนของพ่อเลี้ยงพรหมบุญด้วยกัน

          ระหว่างที่ แก้ว การะเวก พร้อมด้วยรถวงดนตรีกำลังเดินทางผ่านลพบุรี ก็ถูกเสือเล็ก ลพบุรี (วัฒนา กีชานนท์) ยกพวกเข้าปล้นรถและนำตัวทุกคนไปกักไว้ในชุมโจร ต่อมาพ่อเลี้ยงพรหมบุญก็ให้ลูกสมุนไปตามเสือเล็กให้ไปร่วมงานที่มวกเหล็ก งานที่เสือเล็กได้รับมอบหมายก็คือ จับตัวเสี่ยเกษม (เกษม มิลินทจินดา) เจ้าของกิจการรถสิบล้อซึ่งเป็นคู่แข่งกับพ่อเลี้ยงพรหมบุญ โดยให้จับตัวเสี่ยเกษมมาพร้อมกับสายสุนีย์ (มยุรา ธนะบุตร) ลูกสาว แต่เสือเล็กทำงานพลาด คงจับได้แต่ตัวเสี่ยเกษมเท่านั้น ส่วนสายสุนีย์หนีรอดไปได้ สายสุนีย์เมื่อหนีรอดมาได้ก็นำลูกน้องออกตามไปช่วยพ่อ จึงเกิดการปะทะกันกับพวกของเสือเล็ก ขณะเดียวกันสีหราชกับหวัง ชอบอยู่ ก็เข้าช่วยสายสุนีย์ ทำให้สีหราชกับสายสุนีย์เริ่มรักใคร่ชอบพอกัน



ต่อมาในงานวันคล้ายวันเกิดพ่อเลี้ยงพรหมบุญ มีการจัดงานขึ้นที่บ้าน แต่เพราะมีศัตรูมากก็เกรงว่าจะมีคนมาปองร้าย พ่อเลี้ยงจึงสั่งลูกสมุนป้องกันบริเวณอย่างเต็มที่ เสือเล็ก ลพบุรี นำตัวแก้ว การะเวกพร้อมวงดนตรีมาแสดงในงานนี้ ส่วนชาญ บ้านสั้นก็มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในงาน ก็เป็นอันว่า ฝ่ายพระเอกได้เข้าไปในบ้านของพ่อเลี้ยงพรหมบุญ 2 คนแล้ว เป็นไปตามแผนการที่สีหราชวางไว้ สีหราชจึงถือเอาวันเกิดนี่แหละกำหนดให้เป็นวันตายของพ่อเลี้ยงพรหมบุญ โดยชักชวนพวกคนขับรถบรรทุกสิบล้อที่ได้รับความเดือดร้อนมารวมตัว มาช่วยกัน ส่วนสายสุนีย์ก็พาลูกน้องมาร่วมด้วย รวมแล้วก็มีคนขับรถบรรทุกเป็นร้อยๆ คน จากนั้นก็ขบวนรถบรรทุกเกือบร้อยคันก็มุ่งหน้าไปถล่มบ้านพ่อเลี้ยงพรหมบุญจนทำให้มวกเหล็กกลับคืนสู่ความสันติสุขอีกครั้ง