By Breez

วังบัวบาน เป็นหนัง 35 มม.พากย์เสียงในฟิล์ม นำแสดงโดย สมบัติ-สุทิศา-ชนะ-เมตตา-ธัญญา-เยาวเรศ-มาลี-สิงห์-สุคนธ์-เรียม-ชาญชัย สร้างโดย นครพิงค์ภาพยนตร์ โดย กมลวรรณ-สรรเพชญ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ส.คราประยูร กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกต้อนรับตรุษจีน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2515 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

        หนังเรื่องนี้ ผมเคยดูสมัยเป็นเด็กนักเรียน ดูจากจอหนังกลางแปลง แต่ตอนนั้นก็จำอะไรไม่ค่อยจะได้ จำได้แต่ฉากท้ายๆ ของเรื่อง เห็นนางเอกที่ชื่อ บัวบาน ซึ่งผิดหวังในความรักไปกระโดดน้ำตกฆ่าตัวตาย..และก็รู้ว่าชาวบ้านแถวนั้นเรียกน้ำตกแห่งนั้นว่า น้ำตกวังบัวบาน.. แค่นี้เอง ผมก็จำชื่อหนังและชื่อน้ำตกติดหูเรื่อยมา



        มาถึงวันหนึ่ง วันที่ผมกับเพื่อนๆ ต้องออกค้นหากากฟิล์มหนังไทยเก่าๆ มาฉายดูกันเอง จึงได้ทราบว่า ฟิล์มต้นฉบับวังบัวบานนี้เสียหายไปแล้ว ส่วนกากฟิล์มพวกเราก็ยังไม่เคยพบเลย อาจเป็นเพราะว่าหนังโด่งดังจนฟิล์มถูกฉายเสียหายไปหมดแล้วก็ได้และจากการค้นหาฟิล์มนั่นเองจึงทำให้ทราบว่า ก่อนที่จะมีวังบัวบาน ปี 2515 นั้น แต่ก่อนก็เคยมีการสร้างเป็นหนังชื่อเดียวกันมาแล้วนั่นคือ


วังบัวบาน ปี 2500 สร้างจากบทประพันธ์ของ มาลินี เช่นเดียวกัน นำแสดงโดย อดุลย์ ดุลยรัตน์-ดรุณี สุขสาคร-จำรูญ-วลิต สนธิรัตน์-พัชนี อุรารักษ์-สัตยา สัตยาพันธ์-ฉลวย ศรีรัตนา-สุนิจ คเณจร สร้างโดย สหไทยภาพยนตร์ โดย เอกคุณ คุณามาตย์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ประทีป โกมลภิศ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 31 พฤษภาคม 2500 ที่โรงหนังเอ็มไพร์



        ในใบโฆษณาหนังรุ่นนี้เขียนข้อความไว้ว่า "ไม่มีใครสร้างวังบัวบานได้สำเร็จ แต่สหไทยภาพยนตร์สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว..อะไรคือความหมายอันยิ่งใหญ่ของบัวบาน เพราะบัวบานคือสัญลักษณ์ของยอดหญิง บัวบานคือคือสัญลักษณ์ของความรัก บัวบานคือสัญลักษณ์ของความซื่อ" และยังมีใบโฆษณาหนึ่งเขียนข้อความไว้ว่า "ภาพยนตร์ชีวิตที่แรงอาถรรพ์ของบัวบาน ทำให้หลายบริษัทสร้างไม่เสร็จ แต่สหไทยได้ฝ่าอุปสรรคสร้างสำเร็จบริบูรณ์แล้ว" ยังโฆษณาต่ออีกว่า "นิยายรักจากชีวิตจริงบนฝั่งแม่ระมิงค์ที่เมื่อเหตุการณ์อุบัติขึ้นเป็นความเศร้าที่พิมพ์ใจไปทั่วนครเหนือ เป็นนิยายชีวิต เป็นภาพสะท้อนชีวิตรักที่ประทับใจผู้อ่านไปทั่วประเทศ เป็นละครวิทยุ ผู้ฟังต้องหลั่งน้ำตาให้กับเรื่องราวของเธอ เมื่อเป็นเพลง ไม่มีแผ่นเสียงใดจะขายดีเท่า"



จากโฆษณาดังกล่าวจึงเห็นได้ว่า ก่อนจะมีวังบัวบาน ปี 2500 นั้นต้องมีใครสร้างวังบัวบานไว้ก่อนหน้านี้อีกแน่ แต่จะกี่ครั้งก็ยังไม่อาจทราบได้ ทราบแต่ว่าเคยมีใบโฆษณา วังบัวบาน ที่นำแสดงโดย เยาวนารถ ปัญญะโชติ-สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์-ทักษิณ แจ่มผล-สมพล กงสุวรรณ สร้างโดย ยุทธ จันทรประทีป มารุต กำกับการแสดง ออกมาเผยแพร่ โดยมีข้อความโฆษณาว่า "เสนออดีตชีวิตจริงของสาวเวียงพิงค์ผู้หนึ่ง เมื่อครั้นมหาสงครามเอเชียบูรพา ซึ่งเหตุการณ์ยังจารึกฝังใจให้จดจำถึงทุกวันนี้ บัวบาน สาวสวยผู้เดิมพันความรักด้วยชีวิต ครั้นแล้วเธอกลับประสบมรสุมรักแสนสาหัสยิ่งกว่าเครือฟ้า นั่นคือที่มาของ วังบัวบาน"  

        เป็นอันว่า วังบัวบาน ที่เห็นสร้างเป็นหนังนั้นก็น่าจะมีอยู่ 3 รุ่น แต่รุ่น เยาวนารถ ปัญญะโชติ นั้นเอกสารยังไม่บอกว่าเป็นบทประพันธ์ของมาลินีหรือไม่ บอกแต่เพียงว่า บทภาพยนตร์โดย ธ.ศรีบุรี ก็เลยยังไม่รู้ว่า เนื้อเรื่องจะเดินไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ครั้นจะพิสูจน์จากหนัง ก็พิสูจน์ไม่ได้อีกเพราะปัจจุบันวังบัวบานทั้งสามรุ่นนี้ก็ไม่มีฟิล์ม ไม่มีหนังอะไรเหลือให้ดูกันแล้ว

        อย่างไรก็ตาม เรื่องราวชีวิตรักของสาวบัวบานนั้น ก็ยังมีผู้ให้ข้อมูลที่แตกต่างกันอีก เรียกว่า หนังก็ไปทางหนึ่ง เรื่องเล่าจากปากชาวบ้านก็ไปอีกทางหนึ่ง ยกตัวอย่าง เช่น        

        จากการให้สัมภาษณ์ของนายศิริพงษ์ ศรีโกศัย (นักจัดรายการวิทยุที่ใช้นามแฝงว่า "ย่าบุญ"  เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2540) เล่าว่า บัวบานมีอาชีพเป็นครูสอนในโรงเรียนดาราวิทยาลัย โรงเรียนซินเซิง โรงเรียนฮั่วเคี้ยวและโรงเรียนฮั่วเอง ครูบัวบานมีคนรักเป็นนายทหารรักษาพระองค์ ต่อมาถูกทหารดังกล่าวสลัดรัก บัวบานจึงเสียใจมากและได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการกระโดดลงไปในวังน้ำแห่งนั้น..



เจ้าบุญศรี ณ เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2541 ว่า ในช่วงที่เกิดเหตุนั้น อยู่ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง (2482-2488) ครูบัวบานสอนอยู่ที่โรงเรียนวัดฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง เชียงใหม่ ได้มีทหารจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาตั้งอยู่ที่วัดฟ้าฮ่ามด้วย นายร้อยตรีหนุ่มรูปงามในกองทหารนั้นได้พบกับครูบัวบานคนสวย แล้วกลายเป็นคู่รักและได้เสียกันขึ้น ต่อมานายร้อยตรีผู้นั้นกลับลงไปกรุงเทพฯตามคำสั่งพร้อมกับคำสัญญาว่า จะขึ้นมาแต่งงานกับครูบัวบานคนงาม แต่คำสัญญานั้นลงท้ายก็กลายเป็นคำลวงเพราะนายร้อยตรีนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว ครูบัวบานรออยู่นานจนผิดสังเกตและเห็นว่าครรภ์โตมากขึ้น เมื่อแน่ใจว่าตนถูกหลอกแน่แล้วจึงตัดสินใจไปกระโดดน้ำตาย..



สมาน ไชยวัณณ์ เขียนบทความวารสารคนเมือง ฉบับดำหัว ต้อนรับสงกรานต์ปี 2511 ไว้ว่า ครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุโดยอ้างเอาคำสารภาพก่อนตายของอดีตครูประชาบาลคนหนึ่งซึ่งเป็นคนรักของครูบัวบาน ผู้เขียนบทความกล่าวว่า ตนรู้จักกับครูบัวบานเป็นอย่างดีและตนมีอายุอ่อนกว่าครูบัวบาน 8-9 ปี ครูบัวบานเป็นสมาชิกของตระกูลและครอบครัวของผู้มีชื่อเสียงดี ฐานะดี จบการศึกษาจากโรงเรียนฝรั่งที่มีชื่อในเชียงใหม่ แล้วได้เป็นครูสอนที่โรงเรียนนั้นและครูบัวบานมีความสัมพันธ์ฉันคนรักกับครูประชาบาลคนหนึ่ง ในขณะที่อดีตครูประชาบาลคนรักเก่าของครูบัวบานป่วยหนักอยู่ในบ้านกลางเมืองเชียงใหม่ วันหนึ่งได้ออกปากเล่าแก่ภรรยา บุตรและญาติสนิทว่า ตนเคยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับครูบัวบาน ทั้งๆ ที่ตนก็มีภรรยาอยู่แล้ว เมื่อครูบัวบานตั้งท้องแล้ว ก็ได้นัดครูประชาบาลคนรักไปตกลงกันในที่ปลอดคนแห่งหนึ่งบนห้วยแก้ว ครูบัวบานขอให้จัดแต่งงานเพื่อมิให้เป็นที่ละอายแก่ชาวบ้านและเพื่อเห็นแก่ทารกในครรภ์ หลังจากที่ต่างก็ให้เหตุผลกันเป็นเวลานาน ครูประชาบาลก็สรุปว่า ตนยังไม่อาจด่วนทำอะไรลงไปได้เพราะมีลูกเมียอยู่แล้ว ครูบัวบานไม่อาจทนฟังต่อไปได้ จึงผละจาก แล้ววิ่งหนีไปโดยไม่ใส่ใจระมัดระวังในเส้นทางและได้พลาดตกจากหน้าผาลงสู่วังคูลวา-กุลาและเสียชีวิตโดยไม่อาจช่วยได้ทัน ครูประชาบาลคนนั้นเสียใจเป็นที่สุด ด้วยความตกใจและกลัวโทษ ก็ได้แต่แอบซ่อนตัวกลับลงมาจากห้วยแก้วและไม่ยอมปริปากให้ผู้ใดได้ล่วงรู้

        เมื่อมีคนไปพบศพครูบัวบานแล้ว เรื่องราวของหญิงงามที่ตายในวังน้ำก็ได้กลายเป็นหัวข้อที่กล่าวขานกันทั่วเมือง ผู้เขียนบทความกล่าวว่า ด้วยผลกรรมที่ทำให้ครูบัวบานต้องตายนั้น ครั้งหนึ่งได้เกิดพายุใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ แรงพายุได้โหมกระหน่ำทำให้ต้นมะพร้าวล้มฟาดลงมาทับหลังของครูประชาบาลผู้นั้นจนหลังหักและกลายเป็นอัมพาต เขาจึงลาออกจากราชการมาอยู่กับครอบครัวและยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญ จนเมื่อล้มป่วยหนัก จึงได้ปริปากบอกเรื่องของตนกับครูบัวบานพร้อมกับย้ำว่า ครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุมิได้ตั้งใจจะฆ่าตัวตาย

        นั่นเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่มีผู้สืบค้นได้จากปากคำของชาวบ้าน แต่จะเท็จจริงอย่างไร ก็ไม่อาจสรุปได้ ครั้นเมื่อมีการไปสร้างเป็นภาพยนตร์ซึ่งเป็นสินค้าขายความบันเทิงแล้ว ก็ย่อมจะต้องมีการแต่งเติมเสริมเรื่องเข้าไปเพื่อให้ดูเป็นเหมือนมหรสพอย่างหนึ่ง