By Breez


กว่าจะได้ เสือข้ามแดน โดย มนัส กิ่งจันทร์         เพราะคำว่า ฟิล์มหนัง อยากได้ ต้องตามหา จึงทำให้คุณนุเพื่อนผมข่วนขวายหาแหล่งข่าวฟิล์มหนังเก่าๆ จากคนที่เคยฉายหนังในอดีตถี่มากขึ้น ช่วงนี้ก็เลยมีข่าวแหล่งฟิล์มมายังคุณนุตลอดเวลา บางข่าวก็จบข่าวลงด้วยการใช้โทรศัพท์คือพอโทรคุยกันแล้ว ก็รู้ว่าไม่มีฟิล์ม ก็จบไป ส่วนข่าวไหนที่ยังค้างคาใจกันอยู่ พวกเราก็จะต้องออกเดินทางไปพิสูจน์



เช้าวันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม 2562 พวกเราสามคนก็เดินทางไปหาฟิล์มหนังกันอีก แห่งแรกที่พวกเราแวะไปก็คือ โปโลเธคภาพยนตร์ บ้านจาน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เราไปตามข่าวเรื่องฟิล์มหนังเก่าๆ ที่พี่โปโลเคยบอกว่าจะค้นหาให้ แต่เราไปกะทันหัน พี่โปโลจึงยังไม่ได้ค้นเตรียมไว้ แต่ก็พาพวกเราเข้าไปดูห้องเก็บของแล้วและบอกว่า ของมันเยอะ ถ้าค้นเจอฟิล์ม ก็จะรีบโทรไปบอก จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อไปยังบ้านอ้น ต.หัวช้าง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด เพื่อไปหาคุณองอาจ แสงภารา ซึ่งเคยฉายหนังขายยาตราถ้วยทอง



เมื่อเลิกฉายหนังแล้ว บริษัทฯก็ให้รถหนังขายยามาหนึ่งคัน คุณองอาจก็ใช้รถหนังขายยาคันนี้ฉายหนังกลางแปลงเรื่อยมาจนปัจจุบัน คุณองอาจพาพวกเราไปหาคุณดำริ อุปแก้ว เจ้าของบริการโกโบริภาพยนตร์ ที่บ้านช้างอีแก้ว ต.ดู่น้อย อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งก่อนหน้านี้ทราบว่า ได้เก็บฟิล์มหนังไว้หลายเรื่อง แต่มีคนมาขอไปเรื่อยๆ ที่เหลืออยู่ขณะนั้นก็มีเพียง 2 เรื่องคือ มือปืนกับนกน้อย แต่ฟิล์มก็เสียหายไปแล้ว จึงไม่ได้นำกลับมา



พวกเรารีบเดินทางไปสมทบกับคุณเดชา เจ้าของบริการเดชาภาพยนตร์ สุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ด ซึ่งรออยู่ที่บริการดารารัฐภาพยนตร์ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด แต่วันนั้นก็ยังเข้าดูกรุฟิล์มของดารารัฐภาพยนตร์ไม่ได้ จึงนัดกันใหม่ในวันรุ่งขึ้น จากนั้นพวกเราก็รีบเดินทางไปยัง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเตรียมไปเปิดกรุฟิล์มของบริการอภิชัยภาพยนตร์ซึ่งพี่รงค์ ตลาดบัวขาว ได้ติดต่อประสานงานไว้ให้แล้ว แต่เมื่อไปถึงก็ค่ำ จึงพักค้างคืนที่ อ.สมเด็จ



รุ่งเช้าวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562 ก่อนเดินทางไปเปิดกรุฟิล์มนั้น พวกเราก็แวะไปดูโรงหนังของอำเภอสมเด็จ ซึ่งเลิกกิจการแล้ว แต่ยังมิได้รื้อถอนอาคาร แล้วก็เดินทางต่อไปยังบ้านหนองกุง ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อดูกรุฟิล์มของครูดอย มายูร ครูเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนมีฟิล์มเยอะกว่านี้ ต่อมาที่เก็บฟิล์มถูกลมพายุฝนพัดถล่มทำให้ฟิล์มเสียหายไปบางส่วนและมอบฟิล์มที่เหลือให้พวกเรากลับมา



        พวกเราเดินทางกลับไปยัง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด อีกครั้งเพื่อเปิดกรุฟิล์มของดารารัฐภาพยนตร์ซึ่งฉายหนังมาตั้งแต่ยุคหนัง 16 มม.แต่ไม่มีฟิล์มเหลือแล้ว คงมีแต่ฟิล์ม 35 มม.ซึ่งเก็บไว้บนชั้นสองของบ้าน แต่เนื่องจากบันไดขึ้นชั้นสองผุพัง พวกเราก็ต้องปีนเข้าจากบ้านข้างๆ แทน เมื่อเปิดห้องเก็บฟิล์มดูก็พบว่า ฟิล์มบางส่วนเสียหายไปแล้วเพราะหลังคาบ้านเคยรั่ว เราจึงได้ฟิล์มกลับมาเพียงบางส่วน 



จากนั้นพวกเราเดินทางไปยัง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร เพื่อไปหาลุงบุญทอม เจ้าของสุทธาภาพยนตร์เพื่อเช็คดูว่า ฟิล์ม 16 มม.ที่ลุงทอมได้มานั้นจะเป็นหนังเรื่องอะไร เมื่อส่องฟิล์มดูก็เห็นว่าเป็นเรื่อง เสือข้ามแดน ม้วนที่ 1 ลุงทอมเล่าให้ฟังว่า อาจจะมีฟิล์มกรุนี้ตกหล่นอยู่กับคนฉายหนังขายยาที่ อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เราจึงรีบเดินทางไปหาข่าว แต่ระหว่างทางก็แวะวัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บ้านหนองคูน้อย ต.น้ำคำ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร เพื่อเช็คข่าวเรื่องที่วัดนี้เคยฉายหนังมาก่อน เมื่อสอบถามผู้ใหญ่บ้านก็ได้ความว่า



วัดนี้เคยแต่ฉายหนัง 35 มม.เป็นหนังสอนศาสนา แต่ปัจจุบันไม่มีฟิล์มอะไรเหลือแล้ว พวกเราจึงเดินทางไป อ.ป่าติ้ว สืบหาคนที่เคยฉายหนังขายยาจนพบว่า ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว คงเหลือแต่ลูกชายชื่อต๋องซึ่งก็บอกว่า ก่อนหน้านี้เคยเก็บฟิล์ม 16 มม.ของพ่อไว้ 4-5 ม้วน แต่จำไม่ได้ว่า เอาไปไว้ที่บ้านหลังไหน พวกเราลองพยายามค้นหา 2-3 บ้านที่น่าสงสัยแล้ว แต่ก็ยังไม่พบฟิล์มเหล่านั้น 



ระหว่างนั้นคุณนุเกิดนึกขึ้นได้ว่าที่ อ.ป่าติ้ว เคยมีข่าวว่า หมอคนหนึ่งเก็บฟิล์มไว้ด้วย คุณต๋องก็บอกว่า บ้านหมออยู่ใกล้ๆ กันนี่เอง เราจึงแวะเข้าไปหาข่าว ก็พบน้องสาวคุณหมอชื่อคุณอัญชิษ์ฐา สุทธิอาคาร เป็นครูเกษียณแล้ว เมื่อเราแจ้งความประสงค์ให้ทราบจึงมีการติดต่อพี่ชายซึ่งทำธุระอยู่ที่เชียงใหม่ สุดท้ายคุณหมอก็มอบฟิล์มบางส่วนให้พวกเรากลับมา จากนั้นเราก็เดินทางไปพักค้างคืนที่ตัวเมืองยโสธร         เช้าวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2562 พวกเราเดินทางจากยโสธรมุ่งหน้าไปแถวๆ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น เพื่อเช็คข่าวเรื่องมีคนเคยฉายหนังขายยาตราถ้วยทองและอาจจะเก็บฟิล์มไว้ เราสืบหาจนพบบ้านและทราบชื่อว่าเป็น ลุงทวี มณีดวง แต่ก็ไม่มีฟิล์ม 16 มม.แล้ว คงมีแต่ฟิล์ม 35 มม.ซึ่งเป็นหนังใหม่ๆ เราจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ 



การตามหาฟิล์มหนังนั้นยากที่จะได้ดังฝัน จะเจออะไร จะได้แค่ไหน ถ้าเป็นหนังไทย ก็ต้องนำกลับมา สามวันที่ผ่านไปนั้น พวกเราก็ได้ฟิล์มกลับมาคือ 1) ฟิล์ม 16 มม.เป็นหนังข่าวของเอราวัณภาพยนตร์ เช่นข่าวในหลวง ร.9 เยี่ยมราษฎรจังหวัดกระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง ข่าวรอบเมืองไทยอีก 2 ข่าว 2) ฟิล์ม 16 มม.เรื่อง เสือข้ามแดน ม้วนที่ 1 3) หนัง 35 มม.สวรรค์บ้านนา ก๊อบปี้นี้ยาว 7 ม้วนจบ น่าจะสมบูรณ์กว่าที่เคยได้ฟิล์มมา 4) ฝันติดไฟ หัวใจติดดิน 6 ม้วน 5) ถนนนี้หัวใจข้าจอง 5 ม้วน 6) สยึ๋มกึ๋ย 5 ม้วน 7) เทวดาไม่ช่วยก็รวยได้ 5 ม้วน 8) แสงระวี 5 ม้วน 9) ทหารเกณฑ์บานฉ่ำ 5 ม้วน 10) มนต์รักนักเพลง 5 ม้วน แต่เรื่องที่พวกเราดีใจกันมากๆ ก็คือ เสือข้ามแดน เพราะเมื่อนำไปฉายรวมกับฟิล์มที่เคยได้มาก่อนนี้ ก็จะได้เนื้อหาที่ยาวขึ้นอีก แม้จะยังไม่จบเรื่องก็ตาม



เสือข้ามแดน เป็นตอนหนึ่งของนิยาย ร้อยป่า นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-อดุลย์-แก่นใจ-จุ๋มจิ๋ม สร้างโดย พิษณุภาพยนตร์ โดยวิจารณ์ ภักดีวิจิตร เป็นผู้อำนวยการสร้าง ครูเนรมิต กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 18 มิถุนายน 2508 ที่โรงหนังควีนส์

        เสือข้ามแดน เป็นหนังมิตรที่โด่งดัง แม้จะได้ฟิล์มมาเพียง 2 ม้วน แต่หนังก็จบสมบูรณ์ในส่วนของการลงไปปราบไม้เถื่อนที่ป่าน้ำโพ..จึงคิดว่าจะแกะปากทำบทพากย์และหากำหนดฉายกันต่อไป

        ส่วนเรื่องย่อๆ ที่จับใจความได้จากฟิล์มสองม้วนนี้ ก็เริ่มขึ้นเมื่อ อธิบดีกรมป่าไม้ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายมานะ ไม้งาม (ทองต่อ จาตุรงคกุล) ว่านายกำแหง อิทธิพล (พันคำ) ลักลอบนำไม้เถื่อนจากเหนือล่องผ่านปากน้ำโพ จึงมอบหมายให้ เสือ กลิ่นสัก (มิตร ชัยบัญชา) ไปดำเนินการสืบจับ ระหว่างรถไฟจอดที่สถานีนครสวรรค์นั้น โรสหรือรสนา (แก่นใจ มีนะกนิษฐ์) สาวสวยก็มาตีสนิทและชวนเสือไปพักโรงแรมเดียวกัน ขณะนั้นเสือไม่ทันสังเกตว่า เสือเทิ้ม (จุ๋มจิ๋ม ศรทอง) ก็แอบติดตามเสือมาถึงนครสวรรค์ด้วย



วันรุ่งขึ้น เสือได้รับจดหมายว่า นายมานะตายแล้ว จึงไปพบมาลินี (ศรินทิพย์ ศิริวรรณ) ลูกสาวนายมานะ แต่ก็ไม่ได้ความอะไรเพิ่มเติม ขณะที่สวง (แป้น ปลื้มสระไชย) สามีของมาลินีซึ่งหายตัวไปก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อจะเล่นงานเสือเพราะแท้จริงแล้ว สวงเป็นผู้บงการขนไม้เถื่อนครั้งนี้ แต่แอบอ้างชื่อนายกำแหงแทน เสือถูกหลอกให้มาพบแสง (ปฐมชัย ชมศรีเมฆ) ระหว่างนั้นเสือถูกลอบยิง แต่เสือเทิ้มก็ปรากฏตัวออกมาช่วยเสือได้ทัน ต่อมาทั้งสองคนก็เข้าจับกุมแพไม้เถื่อนของสวงได้สำเร็จ สวงจึงจับโรสมาเป็นเหยื่อล่อเสือ แต่เสือกับโรสก็หนีออกมาได้โดยมีเสือเทิ้มเป็นผู้ช่วย เมื่อปราบไม้เถื่อนที่นครสวรรค์เสร็จ เสือก็ถูกส่งตัวไปปราบไม้เถื่อนที่สงขลาโดยมีเสือเทิ้มติดตามมาเป็นผู้ช่วยอีก

        ร้อยตำรวจเอกมาโนช (อดุลย์ ดุลยรัตน์) พาเสือไปเที่ยวบาร์ที่หาดใหญ่และได้พบกับปีเตอร์ (วิทยา สุขดำรง) ซึ่งมาติดพันนักร้องสาวชื่อลลิต้า (เดือนเพ็ญ ชนะชัย) ระหว่างนั้นมือปืนก็มาลอบยิงปีเตอร์ เสือช่วยปีเตอร์ได้สำเร็จ ปีเตอร์จึงพาเสือนั่งรถจิ๊บออกจากหาดใหญ่ข้ามแดนไปมลายู.. ฟิล์มสองม้วนก็จบเท่านี้ครับ