By Breez

ไอ้ขุนเพลง ทายาทลูกทุ่ง โดย มนัส กิ่งจันทร์



สมัยที่ผมยังเรียนหนังสือชั้นมัธยมอยู่นั้น ผมมีโอกาสได้ดูหนังกลางแปลงแทบทุกคืน หนังกลางแปลงจะเป็นมหรสพที่ได้รับความนิยมมาก เรียกว่าในตัวเมืองสุรินทร์นั้นมีบริการฉายหนังกลางแปลงแทบนับไม่ถ้วน บางเจ้าก็เป็นหนังกลางแปลงจังหวัดอื่นๆ ที่มาตั้งสาขา จึงทำให้ผมได้ดูหนังหลากหลายขึ้นไม่ว่าจะเป็นหนังไทย จีน ฝรั่งและอินเดีย แต่ละจอก็จะฉายหนังไม่ซ้ำกัน หนังบางเรื่องดูแล้ว ก็ผ่านไป บางเรื่องดูแล้ว ก็ยังเก็บไว้ในความทรงจำ จำว่า เราเคยได้ดูหนังเรื่องนั้นเมื่อไหร่ ที่ไหนและจำอะไรจากหนังได้บ้าง เมื่อวันเวลาผ่านไป เราก็นึกถึงอดีต นึกถึงหนังเก่าๆ ที่เราเคยได้ดูมา บางเรื่องโชคดีหน่อยที่มีการทำเป็นเทปวีดีโอเก็บไว้ เราก็จะได้ดูซ้ำอีก แต่บางเรื่องโชคร้ายเพราะไม่มีทั้งเทปวีดีโอและฟิล์มหนัง เราก็จะอดดู  วันนี้จะพูดถึงหนังที่ผมเคยดูแต่ปัจจุบันนั้นหาดูอีกไม่ได้แล้ว เรื่องแรกก็คือ ไอ้ขุนเพลง   

        ไอ้ขุนเพลง นำแสดงโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร-พิศมัย-นิดา สุขสันต์-กรุง-ชินกร-ดวงชีวัน-อุเทน-ส.อาสนจินดา-ดามพ์-สุรสิทธิ์ สร้างโดย เมตตาโปรดักชั่น โดย เมตตา เต็มชำนาญ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ไพฑูรย์ รตานนท์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 12 เมษายน 2523 ที่โรงหนังสเตลลา-ออสการ์-สามย่าน-มงคลรามา-จันทิมา-ธนบุรีรามา-อมรพันธ์รามา



ไอ้ขุนเพลง นั้น ในความทรงจำที่ผมเคยดูมาก็เหมือนจะเป็นเสี้ยวชีวิตหนึ่งของนักร้องที่ชื่อไพรวัลย์ ลูกเพชร ตอนเด็กๆ ก็คิดว่า เป็นหนังประวัติไพรวัลย์ แต่เมื่อโตขึ้นและตามหาหนังเรื่องนี้กระทั่งพบเรื่องย่อหนัง เมื่ออ่านดูจึงค่อยๆ ย้อนความจำว่าก็เป็นเพียงบทละครที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น วันนี้ยังหาหนังดูไม่ได้ ก็มาอ่านเรื่องย่อๆ กันนะครับ

        ไอ้ขุนเพลง เริ่มเรื่องที่บ้านแหลม เพชรบุรี สมนึก (ไพรวัลย์ ลูกเพชร) มีอาชีพทำนาและเก็บหอยขาย หลังจากหมดหน้านาแล้ว สมนึก เทา (สีเทา) และเม้า (นิดา สุขสันต์) ก็พากันเก็บหอยขาย โดยมีเทิด (อนันต์ สัมมาทรัพย์) มารับซื้อหอยถึงที่ แต่เพราะชอบกดราคา ทำให้สมนึกกับชาวบ้านไม่ขายหอยให้ จะพากันเอาหอยไปขายที่ตลาดเอง จึงเกิดปากเสียงและชกต่อยกัน เทิดสู้สมนึกไม่ได้จึงกลับไปพร้อมกับความแค้น



ต่อมาในงานแห่เทียนพรรษาที่วัดดอนผิงแดด เทิดกับสนั่น (อุเทน บุญยงค์) ไปเที่ยวงานก็พบกับเม้ามาขายขนมบัวลอย เทิดจึงบอกสนั่นว่า เม้าเป็นคนรักของสมนึกที่เคยสร้างรอยแค้นไว้ให้ สนั่นจึงแก้แค้นแทนโดยเอาปืนจี้บังคับให้เม้าไปเล่นละครลิงที่คณะของล้อต๊อกกับชูศรี สมนึกกับเทามาเห็นจึงเข้าช่วยเหลือ เกิดการชกต่อยกันขึ้น ระหว่างชุลมุน ปืนก็ลั่นถูกลูกน้องของสนั่นตาย สมนึกรีบหนีกลับบ้าน ขณะกำลังเล่าเรื่องให้พ่อแม่ฟังนั้น สนั่นก็พาตำรวจจะมาจับสมนึกข้อหาฆ่าคนตาย สมนึกจึงหนีลงเรือหางยาวไปประจวบคีรีขันธ์

        สมนึกหนีไปอยู่กับมิ่ง (กรุง ศรีวิไล) ก็ไปพบรักซ้อนซ่อนรักกับบุญปลูก (ดวงชีวัน โกมลเสน) คนรักของมิ่ง เมื่อบุญปลูกแต่งงานกับมิ่ง สมนึกผิดหวังก็หนีเข้ากรุงเทพฯ ไปสมัครเป็นนักร้อง ได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า ไพรวัลย์ ลูกเพชร โดยได้รับการสนับสนุนจากครูเพลงสุรพล สมบัติเจริญ จนได้ร้องเพลงอัดแผ่นเสียงและมีชื่อเสียงโด่งดัง



เมื่อพ่อแม่และเม้ารู้ข่าวความโด่งดังของสมนึกจึงพากันไปเยี่ยม แต่สมนึกไม่ได้ออกมาพบ ทำให้ทุกคนคิดว่า สมนึกลืมตัว พวกหนังสือพิมพ์รู้ข่าวก็ตีข่าวว่า ไพรวัลย์เป็นนักร้องลืมตัว ต่อมาวงดนตรีไพรวัลย์ก็ถูกองอาจ (เกชา เปลี่ยนวิถี) ผู้มีอิทธิพลบังคับให้ไปแสดงในงานหมั้นระหว่างองอาจกับอุษา (พิศมัย วิไลศักดิ์) ไพรวัลย์ร้องเพลงกระทบจิตใจอุษา จนอุษาไม่อยากจะแต่งงานกับองอาจ

        องอาจจึงสั่งให้ดามพ์ (ดามพ์ ดัสกร) ไปลอบยิงไพรวัลย์ในวันประชันดนตรีกับชินกร ไกรลาศ ที่วัดบ้านแหลม ไพรวัลย์ถูกลอบยิงได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาล กลับให้คนพาไปที่เวทีดนตรีเพื่อต้องการให้ประชาชนรู้ว่า เขาไม่ได้ลืมตัวและผิดสัญญา



หนังอีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำและหาดูไม่ได้แล้วก็คือ ทายาทลูกทุ่ง สมัยนั้นดูๆ แล้วก็จะคล้ายๆ เป็นหนังเชียร์การเปิดตัวนักร้องน้องใหม่ สุรชัย สมบัติเจริญ ที่กลับมาร้องเพลงตามแนวเพลงของพ่อสุรพล สมบัติเจริญ หนังมีการใส่เพลงชุดแรกๆ ที่สุรชัยออกเทปคาสเซทเข้าไปด้วย

        ทายาทลูกทุ่ง นำแสดงโดย สุรชัย สมบัติเจริญ-พิศมัย-วาสนา-ธิติมา-ภูมิ-ชูศรี-บู๊-พิภพ-เด๋อ-ดู๋-ดี๋ สร้างโดย ประเทืองฟิล์ม โดย วีระศักดิ์ จุลนิพิฐวงษ์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง อนิรุตติ์ นุตไพโรจน์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 20 กันยายน 2523 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมไทย-วอชิงตัน

        หนังเริ่มเรื่อง เมื่อสุรชัย (สุรชัย สมบัติเจริญ) เดินทางกลับจากอังกฤษ เมื่อมาถึงก็รู้ว่า มาริษา (ธิติมา สังขพิทักษ์) คนรักของตนกำลังเอาใจออกห่าง สุรชัยจึงโทรศัพท์ไปต่อว่า แต่มาริษาก็นัดสุรชัยให้ไปพบที่บาร์ดิสโก้แห่งหนึ่งเพื่อปรับความเข้าใจกัน ระหว่างที่สองคนเต้นดิสโก้อยู่นั้น ก็มีเสี่ยคนหนึ่งเข้ามาทักทายมาริษาจึงเกิดการชกต่อยกันขึ้นกับสุรชัย เมื่อตำรวจมา สุรชัยก็หนีไปได้



สุรชัยวิ่งหนีตำรวจหลบเข้าไปในบ้านของตุ๊กตา (วาสนา สิทธิเวช) ซึ่งเป็นน้องสาวของต่อ (เด๋อ ดอกสะเดา) เพื่อนของสุรชัยนั่นเอง เมื่อต่อได้พบสุรชัยก็ดีใจและชวนสุรชัยมาเล่นดนตรีชาโดว์ด้วยกัน ส่วนมาริษาคนรักของสุรชัยก็ยังคงแอบคบผู้ชายจนทำให้สุรชัยซึมเศร้า ดื่มเหล้าและเล่นการพนันประชดชีวิต ตุ๊กตาที่เฝ้ามองสุรชัยอยู่ก็เกิดความสงสารและพยายามพูดปลอบใจบ่อยๆ จนทำให้สุรชัยเริ่มมองเห็นความดีในตัวตุ๊กตาขึ้นมาบ้าง

        ฝ่ายแม่ศรีนวล (พิศมัย วิไลศักดิ์) ก็เตือนสุรชัยเรื่องการดื่มเหล้าและเล่นการพนัน แต่สุรชัยไม่เชื่อเพราะคิดว่า แม่กำลังจะมีสามีใหม่ เมื่อสุรชัยเมาเหล้ากลับไปบ้านตุ๊กตา ตุ๊กตาก็ปรนนิบัติ แต่สุรชัยกลับมองเห็นตุ๊กตาเป็นมาริษา ก็โกรธและด่าทอ ปลุกปล้ำตุ๊กตา เมื่อสุรชัยฟื้นสติขึ้นมารู้ความจริง ก็เสียใจที่ทำต่อตุ๊กตาเช่นกัน จึงจะขอโทษตุ๊กตา แต่ตุ๊กตาก็ไม่ยอมลงมาพบ สุรชัยจึงร้องเพลง ตุ๊กตาใจดำและหนาวนี้พี่ตายแน่ พอจบเพลงก็นั่งรอจนดึก แต่ตุ๊กตาก็ยังไม่หายโกรธ

        ต่อมาแม่ศรีนวลขอให้สุรชัยเปลี่ยนมาร้องเพลงลูกทุ่งตามแบบของพ่อ สุรชัยก็ตามใจแม่จนเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง มาริษาเห็นข่าวสุรชัยจะมาแสดงดนตรีก็พานิวัฒน์ (ภูมิ พัฒนายุทธ) แฟนใหม่ไปดูดนตรี ระหว่างนั้นก็มีเสี่ยคนหนึ่งที่ชอบมาริษามาทักทายอย่างสนิทสนม ทำให้นิวัฒน์โกรธไม่พอใจ เกิดปากเสียงและชกต่อยกัน กระสุนปืนก็พลาดไปถูกมาริษาเสียชีวิตต่อหน้าสุรชัยที่กำลังแสดงดนตรี เมื่อมาริษาคนที่สุรชัยรักนั้นเสียชีวิตไปแล้ว แม่ศรีนวลก็เกรงว่า สุรชัยจะซึมเศร้าและประชดชีวิตอีก จึงไปสู่เจรจาสู่ขอตุ๊กตาให้แต่งงานกับสุรชัย หนังก็จบลงอย่างมีความสุข