By Breez

ตามหา..ลูกปลา โดย มนัส กิ่งจันทร์



กว่าจะตามหาฟิล์มหนังไทยเก่าๆ มาได้สักเรื่องหนึ่ง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ

        แรกเริ่มของการคิดตามหาฟิล์มหนังไทยเก่าๆ นั้นก็สืบเนื่องมาจากเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ช่วงนั้น หนังแผ่นวีซีดีกำลังได้รับความนิยม มีการนำหนังไทยเก่าๆ กลับมาอัดลงแผ่นวีซีดีจำหน่ายกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนัง 35 มม.เสียงพากย์ในฟิล์ม แต่ที่เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ นั้นแทบจะไม่มีเลย คุณโต๊ะพันธมิตร หัวหน้าทีมพากย์ "พันธมิตร" ก็เลยคิดที่จะตามหาฟิล์มหนัง 16 มม.มาพากย์อัดเสียงกันใหม่ เป้าหมายแรกก็เล็งไปที่หนังเก่าๆ ของพระเอกมิตร ชัยบัญชา โดยเริ่มเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2543 ในชื่อโครงการคิดถึงหนังไทย ทำให้เริ่มมีข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเก็บฟิล์มหนังไทยเก่าๆ เข้ามาเรื่อยๆ ผมเองก็เลยได้มีส่วนร่วมในการติดตามค้นหาฟิล์มหนังไทยเก่าๆ นั้นด้วย




เรื่องที่จะเล่าในวันนี้ เกิดขึ้นในปี 2546 ตอนนั้น คุณโต๊ะพันธมิตรได้รับข้อมูลมาว่า มีหนังขายยาเจ้าหนึ่งอยู่ที่ตลาดอ่างทอง เคยฉายหนังมิตร ชัยบัญชา เรื่อง ลูกปลา เมื่อเลิกฉายหนังแล้ว ก็ยังเก็บฟิล์มนั้นไว้ ข้อมูลก็มีเพียงแค่นี้ แต่ความที่เป็นหนังมิตร ชัยบัญชา เราจึงต้องพากันไปพิสูจน์          

        ลูกปลา เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ บทประพันธ์ของ จำลักษณ์ นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ประจวบ-บุศรา-อดุลย์-ทม-เมตตา-ประภาศรี-ศศิธร-วาสนา สร้างโดย บูรพาศิลป์ภาพยนตร์ โดย สำเภา ประสงค์ผล เป็นผู้อำนวยการสร้าง ฉลอง ภักดีวิจิตร กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 11 เมษายน 2512 ที่โรงหนังควีนส์




วันที่ 2 สิงหาคม 2546 พวกเราก็ออกเดินทางไปจังหวัดอ่างทอง แต่เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับมามีเพียงว่า เป็นหนังขายยาอยู่ที่ตลาดอ่างทอง ไม่รู้ว่าหนังขายยาชื่ออะไร เมื่อไปถึงตลาดอ่างทอง เราก็เดินดุ่มๆ ถามร้านขายยาแถวนั้นว่า มีร้านไหนเคยฉายหนังขายยาบ้าง ถามแค่ 2-3 ร้านก็ได้รับคำตอบแล้วว่า ร้านขายยาสุวรรณเภสัชนั้นเคยฉายหนังขายยามาก่อน เราจึงมุ่งไปยังร้านดังกล่าว ก็พบเจ้าของร้าน สอบถามแล้วได้ความว่า สมัยก่อนเคยฉายหนังขายยามาก่อนจริงและเคยฉายหนังมิตร ชัยบัญชา เรื่อง ลูกปลา เมื่อกิจการแล้วก็ยังเก็บฟิล์มไว้บนหิ้ง ว่าแล้วก็ชี้ไปที่หิ้ง เราก็มองตาม แต่ไม่เห็นกระเป๋าฟิล์มหนังแล้ว กำลังจะสอบถาม เขาก็บอกว่า ต่อมามีญาติชื่ออนันต์ได้นำฟิล์มลูกปลาไปเก็บไว้ที่บ้านอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พอเราจะถามทางเพื่อจะไปตามหาฟิล์มหนังต่อ เขาก็บอกว่า ไม่ต้องไปแล้วเพราะหลังจากคุณอนันต์นำฟิล์มไปเก็บไว้ได้ไม่นาน บ้านแถวนั้นก็เกิดไฟไหม้ ฟิล์มหนังลูกปลาก็ถูกไฟไหม้ไปด้วย

        นั่น เป็นครั้งแรกของข่าวฟิล์มหนัง ลูกปลา ที่เราได้รับมา  




ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2546 พวกเราก็เดินทางไปอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ไปที่หมู่บ้านหนองบัว-นาข่า ตอนนั้นคุณโต๊ะพันธมิตร ได้ข่าวว่า มีฟิล์มหนังมิตร ชัยบัญชา เรื่อง ปีศาจเสน่หา (มิตร-เพชรา) อยู่กับคนชื่อนัส ก็เลยจะไปติดต่อขอยืมฟิล์มหนัง ระหว่างที่พูดคุยกันนั้น คุณนัสก็พูดถึงฟิล์มหนังมิตรเรื่อง ลูกปลา ด้วย แรกๆ คุณโต๊ะก็สนใจ แต่เมื่อรู้ว่า ฟิล์มโดนน้ำ มีรอยลอกๆ และไม่มีบทพากย์ ก็เลยไม่ได้ถามอะไรต่อ นั่นเป็นครั้งที่สองที่ผมได้ยินข่าวฟิล์มหนังลูกปลา  

        จากการที่ผมได้ติดตามคุณโต๊ะพันธมิตรไปหาฟิล์มหนังไทยเก่าๆ นั้น ทำให้รู้ว่า ยังมีฟิล์มหนังไทยเก่าๆ อยู่อีกมาก แต่มักจะเหลืออย่างไม่จบเรื่อง หากจะนำมาทำจำหน่าย ก็ทำไม่ได้ ด้วยความเสียดายฟิล์มหนังเหล่านั้นเพราะไหนๆ ก็อุตส่าห์เหลือมาแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เผยแพร่อีก ผมจึงคิดทำโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือขึ้นมา โดยยึดหลักว่า ฟิล์มหนังเหลือมาเท่าไหร่ เราก็ฉายเท่านั้น จากนั้นผมกับเพื่อนๆ ก็ออกตามหาฟิล์มหนังไทยเก่าๆ ทั้ง 16 มม.และ 35 มม.กัน

        ในระหว่างที่ผมตามหาฟิล์มนั้น ชื่อหนัง ลูกปลา ก็กลับมาให้ผมได้ยินอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2556 วันนั้นพวกเราไปที่โรงเรียนบ้านนาพิทยาคม อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปหาอาจารย์จรัส จันทร์พรหมรัตน์ นักสะสมเอกสารเก่าเมืองสงขลาและได้พบกับอาจารย์วุฒิชัย เพชรสุวรรณ์ กลุ่มภาคีคนรักเมืองสงขลา อาจารย์วุฒิชัยเล่าให้ฟังว่า หนังเรื่อง ลูกปลา มาถ่ายทำที่สงขลาพร้อมกับให้ดูภาพนิ่ง เป็นภาพเบื้องหลังการถ่ายทำหนังลูกปลา เห็นพระเอกนางเอก เห็นอากัปกิริยาต่างๆ ของคนในกองถ่ายและไทยมุงแน่นขนัดที่หาดสมิหลา อาจารย์วุฒิชัยมอบภาพชุดนี้ให้ผมและฝากให้ตามหาฟิล์มหนังลูกปลาให้ด้วย ผมก็นึกถึงคุณนัสที่เคยบอกว่า มีฟิล์มลูกปลา แต่ไม่มีเบอร์โทรติดต่อ คงมีแต่ที่อยู่ตามบัตรประชาชน เมื่อลองติดต่อดู ก็ติดต่อไม่ได้เพราะคุณนัสจะเร่ทำงานไปเรื่อยๆ กระทั่งเวลาล่วงมาไม่นานนี้เอง คุณนุก็ได้ข่าวจากอดีตนักพากย์หนังคนหนึ่งทางภาคอีสานบอกว่า รู้จักกับคุณนัสคนที่เก็บฟิล์มไว้ คุณนุก็ได้คุยโทรกับคุณนัสถึงฟิล์มหนังลูกปลา ก็ได้ความว่า คุณนัสยังเก็บฟิล์มไว้ที่บ้านญาติที่มหาสารคาม แต่ก็จำไม่ได้ว่า ฟิล์มหนังจะโดนน้ำไปมากน้อยแค่ไหน เมื่อเราแจ้งความประสงค์ให้ทราบ คุณนัสก็ขอเวลาเพราะตอนนี้ยังทำงานอยู่ที่จันทบุรี ยังกลับบ้านที่มหาสารคามไม่ได้ เราก็ได้แต่ลุ้นว่า ฟิล์มหนังลูกปลาที่ว่าโดนน้ำนั้น จะมีรอยลอกๆ เสียหาย มากน้อยแค่ไหน ถ้าตัดส่วนที่ลอกๆ ออกเหมือนหนังบางเรื่องที่เราได้กากฟิล์มมา เหลือสักชั่วโมงเศษๆ ก็น่าจะนำกลับมาฉายได้อีกนะครับ

        คราวนี้ ก็มาถึงเรื่องย่อๆ ของหนัง ลูกปลา กันบ้าง

        ลูกปลา เป็นหนังค่อนข้างยาว จะแบ่งเป็นชั้นพ่อ ชั้นลูก ตัวละครก็เยอะ แต่แกนหลักๆ ของเรื่องก็มีว่า เกิดการหักหลังกันของนักค้าของเถื่อน ทำให้นิวัติ (ทม วิศวชาติ) ติดคุก ต่อมาเมื่อนิวัติออกจากคุก ก็ถูกมือปืนมาลอบยิงอีก นิวัติจึงหนีจากกรุงเทพฯลงเรือไปสงขลา หมายจะเดินทางต่อไปยังเกาะปีนัง แต่เมื่อถึงสงขลา นิวัติก็ถูกมือปืนตามไปฆ่าอีก คราวนี้นิวัติถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แต่ก็อาศัยความมืดหลบหนีไปได้ นิวัติไปหมดสติที่ข้างๆ บ้านของลูกปู (บุศรา นฤมิต)

        ลูกปูกับชู (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) ช่วยเหลือนิวัติไว้จนปลอดภัย ระหว่างที่นิวัติพักอยู่กับลูกปูกันนั้น ความใกล้ชิดก็ทำให้สองคนรักใคร่ชอบพอและได้เสียกัน ยังความผิดหวังให้กับชูสามล้อหนุ่มที่แอบรักลูกปูมาก่อน แต่ชูก็ยังยินดีกับความรักของลูกปู ต่อมานิวัติได้รับจดหมายให้เดินทางกลับกรุงเทพฯเพราะสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว แต่ลูกปูไม่ยอมให้นิวัติกลับ นิวัติ ดึงดันกลับไปจนได้โดยไม่รู้ว่า ลูกปูกำลังตั้งท้อง คงมีแต่ชูเท่านั้นที่คอยปลอบใจลูกปูที่เพ้อคลั่งอย่างคนเสียสติ

        ต่อมาลูกปูก็คลอดลูกเป็นผู้หญิง ตั้งชื่อว่า ลูกปลา (เพชรา เชาวราษฎร์) วันเวลาผ่านไป 20 ปี ลูกปลาก็โตเป็นสาว วันหนึ่งขณะที่ลูกปลากำลังดูปลาในโป๊ะ ก็มีเรือลำหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาและทำให้โป๊ะปลาพังเสียหาย เกิดการโต้เถียงกันกับคนในเรือกระทั่งทรงชัย (มิตร ชัยบัญชา) เจ้าของเรือออกมาเห็นลูกปลาและขอรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้

        วันต่อมา ทรงชัยก็ออกตามลูกปลาและพบว่ากำลังมีเรื่องทะเลาะกับปักเป้า (เมตตา รุ่งรัตน์) จึงเข้าห้ามปรามและให้ปรับความเข้าใจกัน ลูกปลาพาทรงชัยไปหาแม่ที่บ้าน แต่เมื่อแม่รู้ว่า ทรงชัยเป็นคนกรุงเทพฯ ก็ห้ามปรามมิให้ลูกปลาคบหาด้วยเพราะเกรงว่า คนกรุงเทพฯจะผิดหวังเหมือนที่แม่ได้รับมา แต่ความรักก็ห้ามกันไม่ได้ วันหนึ่งลูกปลาก็หนีเข้ากรุงเทพฯตามที่ทรงชัยนัดหมายไว้ ทำความเสียใจกับลูกปูเป็นอย่างมากและตรอมใจตายในที่สุด

        ลูกปลานั้นเมื่อมาอยู่ทรงชัย ก็ถูกกลั่นแกล้งจากแม่และน้องสาวของทรงชัย ที่ร้ายที่สุดก็คือ มีการหาว่าลูกปลาเป็นชู้กับหนุ่มสังคมคนหนึ่ง ทรงชัยหลงเชื่อจึงไล่ลูกปลาออกจากบ้านโดยไม่รู้ว่า ลูกปลากำลังตั้งท้องอ่อนๆ ลูกปลาซมซานกลับสงขลา ไปหาลุงชูและช่วยกันเปิดร้านอาหารชื่อลูกปลา

        ต่อมาทรงชัยรู้ความจริงว่า ลูกปลาไม่ได้เป็นคนผิด จึงไปตามหาลูกปลาที่สงขลา ก็เป็นเวลาเดียวกับที่นิวัติหนีนักค้าของเถื่อนจากกรุงเทพฯไปสงขลาอีกเช่นกัน นิวัติไปกินอาหารที่ร้านลูกปลา ชูเห็นนิวัติ ก็จำได้ว่าเป็นคนรักของลูกปูจึงเข้าไปต่อว่าและเกิดการชกต่อยกัน ขณะนั้นลูกปลาก็ใกล้จะคลอดเต็มที แต่ก็หาหมอมาทำคลอดไม่ได้ ทรงชัยจึงบอกว่า มีแต่นิวัติพ่อเลี้ยงของตนเท่านั้นที่จะช่วยได้และอาสาไปตามมาช่วยลูกปลาได้ทัน ทุกอย่างก็จบลงอย่างมีความสุข