By OTTO

เหนือเกล้า โดย มนัส กิ่งจันทร์

วันที่ 25 เมษายน 2562 นี้ หนังเรื่องนี้ก็จะกลับมาฉายอีกครั้งที่หอภาพยนตร์ฯ หลังจากที่หายไปนานถึง 52 ปี

เหนือเกล้า เป็นหนัง 16 มม. นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ชนะ-กิ่งดาว-ชุมพร-สมจิต-สมควร สร้างโดย สหชัยภาพยนตร์ โดย บำเทอง โชติชูตระกูล เป็นผู้อำนวยการสร้าง รังสี ทัศนพยัคฆ์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 3 พฤศจิกายน 2510 ที่โรงหนังคาเธ่ย์

ในปี 2510 นั้น มีหนังไทยเข้าฉาย 63 เรื่อง เป็นหนังมิตร ชัยบัญชา ถึง 37 เรื่อง เหนือเกล้าเป็นหนังชีวิตหนักๆ อีกเรื่องหนึ่งของมิตร ชัยบัญชา ที่ผู้คนในสมัยนั้นพูดถึงกัน



เมื่อวันเวลาผ่านไป ไม่มีใครคิดว่า กระแสหนังไทยเก่าๆ จะกลับมา แต่การกำเนิดของแผ่นวีซีดีก็ทำให้หนังไทยเก่าๆ ถูกผลิตออกมาจำหน่าย ฉายดูกันตามบ้าน หลายคนเริ่มฝันถึงหนังไทยเก่าๆ รุ่นมิตร-เพชรา ว่าจะมีโอกาสได้ดูอีกหรือไม่ กระทั่งประมาณเดือนสิงหาคม 2543 คุณโต๊ะพันธมิตร นักพากย์หนังชื่อดังก็เปิดตัวโครงการคิดถึงหนังไทย ผลิตวีซีดีหนังไทยเก่าๆ ออกมาจำหน่าย แต่เมื่อเริ่มลงมือทำก็มองเห็นอุปสรรคนั่นคือ การขาดแคลนฟิล์มหนัง 16 มม.เนื่องจากสมัยนั้นหนัง 16 มม.เรื่องหนึ่งๆ จะมีฟิล์มอยู่ไม่เกิน 5 ชุดและก็ใช้ฉายไปทั่วประเทศ จึงทำให้ฟิล์มชำรุดเสียหาย บางเรื่องก็สูญหายไปเลย



สำหรับฟิล์มเรื่องนี้ เมื่อประมาณ 19  ปีที่แล้ว พ่อค้าตลาดคลองถมนำกากฟิล์มนี้มาเสนอขายให้คุณโต๊ะพันธมิตร แต่เมื่อตรวจดูแล้วเห็นว่า สภาพฟิล์มไม่ค่อยสมบูรณ์ บางช่วงภาพก็จะลอกๆ เพราะโดนความชื้นและหนังก็ไม่มีบทพากย์ด้วย แม้คุณโต๊ะพันธมิตรจะรักและชอบหนังมิตรมากเพียงไร ก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงนำกากฟิล์มชุดนี้มาผลิตเป็นวีซีดีจำหน่ายเพราะเกรงว่า ผู้ซื้อจะตำหนิ จึงเก็บกากฟิล์มชุดนี้ไว้ก่อน

ต่อมาเมื่อคุณโต๊ะพันธมิตรเลิกทำหนังเก่าๆ แล้ว กากฟิล์มชุดนี้จึงตกมาอยู่ในมือของคุณจุ๊บ Jub Classic Movie เพื่อนผม เมื่อพวกเราไม่มีหนังดู เราก็เลยออกตามหากากฟิล์มหนังมาฉายดูกันเอง กากฟิล์มเหนือเกล้านี้ค่อนข้างจะแย่แล้ว คุณจุ๊บจึงตัดสินใจนำกากฟิล์มชุดนี้ทำภาพเก็บภาพไว้ก่อน พวกเราก็ดูเหนือเกล้าอย่างหนังใบ้ๆ ตลอดมากระทั่งเมื่อพวกเราเริ่มโครงการช่วยหนัง 16 มม.ให้มีเสียงพูด เราก็ได้พี่หนูแดง ทรงศิลป์ พรสี่ภาค นักพากย์อาวุโส มาช่วยแกะปากทำบทพากย์หนัง จากนั้นกลุ่มวัยหวานวันวานจึงเริ่มใส่เสียงพูดให้กับหนังและนำออกฉายให้ชมกันฟรีๆ 



เหนือเกล้า เป็นหนังชีวิตหนักๆ ที่มิตร ชัยบัญชาและสมจิต ทรัพย์สำรวย แสดงได้ดีมากๆ ท่านใดที่เคยชื่นชอบ แสนรัก ที่ล้อต๊อกแสดงเป็นพ่อบุญธรรมของมิตรมาแล้ว ก็จะต้องชอบเรื่องนี้แน่ๆ  ก่อนจะไปดูหนัง มาอ่านเรื่องย่อๆ ที่เหลือจากกากฟิล์มชุดนี้กันก่อนนะครับ

หนังเริ่มที่บ้านของ เวก (สมควร กระจ่างศาสตร์) เศรษฐีหนุ่มใหญ่ที่แอบชอบ แก้ว (สมจิต ทรัพย์สำรวย) แม่หม้ายลูกติด 3 คนได้แก่ ด.ช.เกื้อ ด.ช.กร และด.ญ.กาญจน์



แก้วต้องต่อสู้ชีวิต ยึดอาชีพขายข้าวแกงหาเลี้ยงลูกน้อยๆ ตามลำพังหลังจากที่สามีเสียชีวิตไป เวกพยายามขอแก้วให้ยอมเป็นเมียกระทั่งแก้วเชื่อว่า เวกรักตนและลูกจริงๆ จึงยอมเป็นเมีย แต่สามเดือนหลังจากนั้น เวกก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งดื่มเหล้า เล่นการพนัน เมื่อเมามายกลับมาก็จะดุด่าแก้ว พูดลำเลิกบุญคุณเสมอ สร้างความเจ็บช้ำให้กับแก้วและเกื้อลูกชายคนโตตลอดมา เกื้อไม่อยากให้เวกทำร้ายแม่จึงเจียดเงินที่ตนเองช้อนลูกน้ำขายได้ให้เวกไปกินเหล้าเสมอ



เมื่อครอบครัวเริ่มขัดสน เกื้อ (มิตร ชัยบัญชา) จึงต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยแม่ทำงานเพื่อหาเงินส่งน้องๆ อีก 2 คนให้ได้เล่าเรียน วันหนึ่งเวกเมากลับมาและรื้อค้นหาเงินที่แก้วซ่อนไว้ จะเอาไปกินเหล้า แต่แก้วไม่ยอม จึงเกิดการยื้อแย่งเงินกัน แก้วถูกเวกทำร้ายก่อน จึงคว้ากรรไกรแทงสวนเวกไป เวกเสียชีวิต แก้วจึงถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี



เกื้อกับเพื่อนต่างวัยคือ สม (ล้อต๊อก) ไม้ (สมพงษ์) พากันเดินทางไปหางานทำที่ภาคใต้ ระหว่างทาง เงินหมด เกื้อจึงขึ้นชกมวยกับ กระทิงดำ (อดินันท์ สิงหิรัญ) ระหว่างชก เกื้อพลาดท่า ถูกกระทิงดำชกล้ม ภาพของน้องคือ กร (ชนะ ศรีอุบล) กาญจน์ (กิ่งดาว ดารณี) ที่รอคอยเงินจากพี่ ภาพของแม่ที่ต้องติดคุก ก็ผุดขึ้นมาให้เห็น เกื้อจึงฮึดสู้และชกชนะกระทิงดำไปในที่สุด



เมื่อเกื้อไปทวงเงินค่าชกกับวิเชียร (วิเชียร นีลิกานนท์) ก็ถูกปฏิเสธและเรียกกระทิงดำมาทำร้าย แต่เกื้อก็ซัดพวกนั้นมอบราบคาบ เมื่อนายหัว (สาหัส บุญหลง) วัลยา (เพชรา เชาวราษฎร์) ลูกสาวและดิน (ดอกดิน กัญญามาลย์) ซึ่งดูการชกของเกื้อ รู้ว่าเกื้อกับพวกกำลังหางานทำ จึงชวนไปทำงานที่เหมืองด้วยกัน



                ที่เหมืองนั้นมี พรชัย (พร ไพโรจน์) เป็นหัวงานคนงาน แต่พรชัยไม่ชอบเกื้อ จึงพยายามหาเรื่องกลั่นแกล้งเกื้อกับพวกเสมอ แต่นายหัว วัลยา ดินและภัทรา (สุดเฉลียว) ซึ่งรู้เห็นเหตุการณ์ว่า เกื้อไม่ผิด ก็คอยช่วยเหลือ สร้างความไม่พอใจให้กับพรชัยอย่างมากจึงสั่งให้โย (โยธิน เทวราช) พาสมุนมาคอยกลั่นแกล้งคนงานในเหมืองเสมอ

เมื่อเกื้อรู้ข่าวว่า แม่จะพ้นโทษ จึงขอลานายหัวกลับไปหาแม่ เมื่อแม่พ้นโทษแล้วก็ไปหากรลูกชาย ซึ่งเป็นว่าที่ลูกเขยของทนายสุธรรม (อบ บุญติด) แต่กรก็ให้สุคนธ์ (สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม) พาไปหากาญจน์ลูกคนสุดท้องแทน กาญจน์เป็นดาราหนัง มีหิรัญ (ชุมพร เทพพิทักษ์) เป็นแฟน แต่กาญจน์กับหิรัญไม่อยากให้แม่อยู่ด้วย แม่แก้วจึงไปอาศัยวัดอยู่



                เกื้อมาถึงและรู้ว่า แม่ถูกน้องสองคนไล่ไม่ให้อยู่ด้วย ก็โกรธและไปลากตัวน้องสองคนมาขอโทษแม่ที่วัด กาญจน์และหิรัญสำนึกผิดได้ แต่กรไม่ยอมสำนึกและพูดตัดพี่ตัดน้องกัน



                ดินมาส่งข่าวว่า มีพวกนักเลงบุกมาทำร้ายคนงานในเหมือง นายหัวและวัลยาต้องการให้เกื้อกลับไปช่วย เมื่อไปถึงโยกับกระทิงดำก็พาพวกมาลอบยิงคนงานอีก เกื้อไล่ตามพรชัยไป ขณะที่ต่อสู้กันนั้น กระทิงดำก็ลอบยิงพรชัยตาย เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ โยก็แจ้งตำรวจว่า เกื้อเป็นคนยิงพรชัยตาย เกื้อจึงถูกจับดำเนินคดี



โยไปปรึกษากับทนายสุธรรมเพราะต้องการจะให้เกื้อติดคุก ทนายสุธรรมจึงให้กรเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเกื้อ แต่เมื่อถึงวันขึ้นศาล กรก็ได้สำนึกและกลับคำให้การ ศาลจึงยกฟ้อง ทำให้โยโกรธและสั่งกระทิงดำยิงกร แต่พลาดไปถูกแม่แก้ว เกื้อกับพวกไล่ตามจับโยและกระทิงดำได้ ส่วนแม่แก้วนั้น กระสุนไม่ถูกที่สำคัญจึงรอดตาย ท่ามกลางความดีใจของลูกๆ ทั้งสามที่หันกลับมารักกันดั่งเดิม