By OTTO

สมบัติแม่น้ำแคว โดย มนัส กิ่งจันทร์

          ในช่วงเวลา 13 ปีที่มิตร ชัยบัญชา อยู่ในวงการหนังไทยนั้น มิตรเป็นพระเอกที่แสดงหนัง 16 มม.พากย์สดๆ ไว้มากที่สุดถึง 250 เรื่อง ส่วนที่เหลืออีก 16 เรื่องนั้นก็จะเป็นหนัง 35 มม.พากย์เสียงในฟิล์ม



หนัง 16 มม.ที่มิตรแสดงไว้จะเป็นหนังที่หากลับมาดูอีกได้ยากเพราะไม่มีฟิล์มต้นฉบับ หนังจะใช้ฟิล์มม้วนที่ถ่ายทำ ถ่ายและล้างออกมาฉายได้เลย จึงมีฟิล์มอยู่เพียงชุดเดียว ส่วนหนังมิตร 35 มม.นั้น แม้จะมีระบบฟิล์มต้นฉบับ แต่ก็ใช่ว่าจะหาดูได้ง่ายๆ นะครับ อย่างเรื่อง สมบัติแม่น้ำแคว ที่จะพูดถึงในวันนี้ แม้จะเป็นหนัง 35 มม. แต่ทุกวันนี้ ก็ยังหาฟิล์มในเมืองไทยไม่ได้เลย



สมบัติแม่น้ำแคว เป็นหนังร่วมทุนสร้างระหว่างไทยกับฮ่องกง ฝ่ายไทยก็คือ เอวันฟิล์ม โดยคุณฉลอง เคียงศิริกับคุณจรี อมาตยกุล เป็นผู้อำนวยการสร้าง ส่วนฝ่ายฮ่องกง ผู้สร้างก็คือ บิกาซูส

ถ้าพูดถึงชื่อจรี อมาตยกุล นั้น ก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นผู้สร้างหนังไทยมาแล้วหลายเรื่อง บางเรื่องก็มีการนำดาราจากต่างประเทศมาร่วมแสดง บางเรื่องก็ยกกองไปถ่ายทำในต่างประเทศ ผลงานของจรี อมาตยกุล เช่นเรื่อง ราตรีในโตเกียว (2498) โบตั๋น (2498) หงษ์หยก (2499) มังกรทอง (2500)  เทวรูปหยก (2501) บุกแหลก (2501) กตัญญูปกาสิต (2501) สิบทหารเสือ (2502) เรือนแพ (2504) มหาเวสสันดร (2504) ปืนเดี่ยว (2505) ทับเทวา (2507) ครุฑเพชร (2508) เป็นต้น

สมัยนั้นการร่วมทุนสร้างหนังก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้หนังไทยมีโอกาส "โกอินเตอร์" หรือได้ออกสู่ตลาดโลกและเมื่อเป็นหนังร่วมทุนสร้างแล้ว ส่วนใหญ่จะต้องมีการประกบดาราไทยกับดาราต่างประเทศเพื่อดึงดูดความสนใจด้วย



สมบัติแม่น้ำแคว ผู้สร้างฝ่ายไทยก็นำพระเอกดังสุดขีดในยุคนั้นคือ มิตร ชัยบัญชา มาเป็นตัวนำ ร่วมด้วย แมน ธีระพล-ประจวบ ฤกษ์ยามดี-ปรียา รุ่งเรือง-อดินันท์ สิงหิรัญ-เชาว์ แคล่วคล่อง-ทานฑัต วิภาตะโยธิน ฯลฯ ส่วนผู้สร้างฝ่ายฮ่องกงก็นำดาราชั้นแนวหน้าคือ แองจูล่า ยูซิน-โจ อันนาจาง-ตั้งดิ๊ค มาร่วมแสดง

นอกจากจุดขายเรื่องดารานำแสดงแล้ว สถานที่ที่ถ่ายทำภาพยนตร์ก็เป็นจุดขายเช่นเดียวกัน สมบัติแม่น้ำแควเป็นหนังเกี่ยวกับการตามหาทองคำของญี่ปุ่นซึ่งสูญหายไปในสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีฉากการเดินทัพผ่านประเทศไทยแถวๆ สะพานข้ามแม่น้ำแคว มีการสู้รบ มีการจมเรือบรรทุกทองคำมูลค่ามหาศาลขณะลำเลียงทองคำจะกลับญี่ปุ่น หนังจึงเลือกสถานที่ถ่ายทำแถวๆ ชลบุรีและสะพานข้ามแม่น้ำแคว  

สมบัติแม่น้ำแคว กำกับการแสดงโดย ครูเนรมิต ฉายครั้งแรกต้อนรับตรุษจีน วันที่ 26 มกราคม 2511 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง โดยออกฉายพร้อมกัน 6 ประเทศ สมัยนั้นเรียกว่า เป็นหนังบู๊ฟอร์มยักษ์ แต่เพราะสร้างขึ้นท่ามกลางกระแสหนัง 16 มม.ที่กำลังได้รับความนิยม จึงมีข้อจำกัดด้านการฉายในโรงภาพยนตร์เพราะบางโรงก็ไม่มีเครื่องฉายหนัง 35 มม.จึงฉายหนังเรื่องนี้ไม่ได้



ต่อมาหลังจาก มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตในวันที่ 8 ตุลาคม 2513 แล้ว ก็มีการนำ สมบัติแม่น้ำแคว กลับมาฉายอีกเพื่อรำลึกถึงมิตร ชัยบัญชา ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2513 ที่โรงหนังคิงส์และแคปปิตอล จากนั้นข่าวฟิล์มชุดนี้ก็หายเงียบไปกระทั่งเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ขณะที่ผมติดตามคุณโต๊ะพันธมิตรไปหาฟิล์มหนัง 16 มม.นั้นก็ได้พบกากฟิล์ม 35 มม.ของหนังเรื่องนี้จำนวน 2 ก๊อบปี้อยู่ที่บริการหนังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คาดว่าจะเป็นฟิล์มที่เก็บไว้หลังผ่านการฉายมาจากโรงหนังคิงส์และแคปปิตอล

วันนั้น แค่เห็นชื่อหนังเขียนไว้ข้างกระเป๋าว่า สมบัติแม่น้ำแคว พวกเราก็พากันดีใจ คิดว่าจะได้ดูหนังเรื่องนี้แน่ๆ ก็รีบเปิดกระเป๋าฟิล์มออกดู ปรากฏว่าเนื้อฟิล์มจับติดกันเป็นก้อนแข็งๆ และส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวทั้งสองก๊อบปี้แล้ว ฟิล์มจึงฉายไม่ได้ พวกเราได้แต่คิดปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไร เป็นหนัง 35 มม. ยังไงก็ยังมีฟิล์มต้นฉบับหรือเนกาตีฟอยู่แล้ว น่าจะมีโอกาสได้ดูบ้าง แต่ก็รอมาจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีวี่แววเลยว่า จะมีใครไปตามหาฟิล์มต้นฉบับกลับมาจากเมืองนอก ความหวังเดียวตอนนี้ก็คือ เมื่อเป็นหนังร่วมทุนสร้าง ผู้สร้างฝ่ายฮ่องกงน่าจะมีสำเนาเทปเก็บไว้ เพียงแต่ว่า ใครล่ะที่จะอาสาไปตามหาหนังมิตร ชัยบัญชา เรื่องนี้กลับมาเมืองไทย

เมื่อยังไม่มีหนังให้ดู ก็มาดูเรื่องย่อๆ กันก่อนนะครับ  

          แมน ธีระพล พา มิตร ชัยบัญชา เพื่อนคู่หู ไปเยี่ยม ยามาโมโต นักสมุทรศาสตร์ชาวญี่ปุ่นที่เกาะแห่งหนึ่งของอ่าวไทย ในอดีตนั้น ยามาโมโต ก็คือพันโททหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ลำเลียงทองคำมูลค่ามหาศาลจากพม่าจะไปญี่ปุ่น แต่เรือบรรทุกทองคำถูกเรือฝ่ายสัมพันธมิตรยิงจมลงกลางอ่าวไทย จุดที่เรือจมนั้นก็มีแต่พันตรีทานากะคนเดียวที่รู้ตำแหน่ง เมื่อสงครามยุติ พันตรีทานากะก็กลับไปอยู่ฮ่องกง ขณะที่แมนกับมิตรไปหายามาโมโตนั้น มิตรก็ได้พบกับไพลินลูกสาวคนสวยของผู้ใหญ่สิน มิตรกับไพลินจึงเริ่มรักใคร่ชอบพอกัน

          ชัช เป็นหัวหน้าขบวนการใต้ดินสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จับตาดูพฤติกรรมการเลี้ยงหอยมุขของยามาโมโต เพราะคิดว่ายามาโมโตจะต้องรู้จุดที่เรือบรรทุกทองคำจมลง จึงแกล้งมาเลี้ยงหอยมุขอยู่บนเกาะแห่งนี้เพื่อจะหาโอกาสนำทองคำกลับไปญี่ปุ่น

ต่อมา ยามาโมโต ก็ได้รับโทรเลขด่วนจากทานากะ บอกให้รีบเดินทางไปฮ่องกงเพื่อทานากะจะบอกจุดที่เรือบรรทุกทองคำจมลง ยามาโมโตและโชโกะจึงเดินทางไปฮ่องกง แมนรู้เรื่องก็แอบตามไปด้วย โดยแมนก็ไม่รู้ว่าชัชได้ส่งสมุนสะกดรอยตามไปด้วยเช่นกัน สมุนของชัชเข้าถึงตัวทานากะได้ก่อนและฆ่าทานากะตายก่อนที่ทานากะจะบอกความจริงว่า เรือบรรทุกทองคำจมอยู่ ณ จุดใด

ย้อนกลับมาที่เกาะในอ่าวไทย ก็มีนักดำน้ำขี้เมาอยู่คนหนึ่งชื่อ ตาบุญ ตาบุญรู้ว่าจุดที่เรือบรรทุกทองคำจมลงนั้นอยู่ตรงไหน ตาบุญสนิทสนมกับไพลิน มีอะไรก็จะเล่าบอกไพลิน จุดเรือจมนี้ตาบุญก็เคยเล่าบอกไพลินแล้ว แต่ไพลินไม่เชื่อ คิดว่าตาบุญพูดเรื่อยเปื่อยตามประสาคนเมา แล้วจู่ๆ วันหนึ่ง ตาบุญก็พาไพลินไปยังจุดที่เรือจม ตาบุญดำน้ำลงไปงมเอาเศษไม้ป้ายชื่อเรือมาให้ไพลินดู  

          เมื่อรู้จุดที่เรือจม ยามาโมโตกับสินจึงพาชาวบ้านไปงมหาทองคำ เมื่อได้ทองคำขึ้นมาแล้วก็ถูกชัชกับสมุนดักปล้นเอาทองคำไป ไพลินและโชโกะถูกจับเป็นตัวประกัน มิตรกับแมนก็ขับเครื่องบินบินสกัดรถบรรทุกทองของชัช เกิดการต่อสู้กัน ชัชขับรถบรรทุกทองหนีไปได้ แต่ระหว่างทาง รถก็เกิดระเบิดขึ้นเพราะยามาโมโตได้แอบซุกระเบิดไว้ในหีบบรรจุทองคำ ทำให้ชัชกับสมุนเสียชีวิต ไม่มีใครได้ทองคำกลับไป หนังก็จบ