By OTTO

ยาใจ...เด็กสาวที่หัวใจแตกสลาย

Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ

เจ้าของเรื่อง: ผู้หญิงและเด็กที่พักพิงอยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน

ผู้เขียน: ปองธรรม สุทธิสาคร ,Edit:จิตรา นวลละออง



                เธอผู้ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ "ยาใจ" สาวน้อยวัย 18 ปี  เธอมีความทุกข์อันใดมากมายขนาดไหนจึงต้องการที่จะจบชีวิตตัวเองลง…

                ยาใจเป็นเด็กสาว ต่างจังหวัดที่มาจากครอบครัวยากจน รูปร่างของเธอจัดได้ว่าสูงใหญ่เมื่อเทียบกับมาตรฐานหญิงไทยทั่วไป หน้าตาแม้อาจเรียกไม่ได้ว่าสะสวย แต่ก็ไม่ถึงกับขี้ริ้วขี้เหร่เสียทีเดียว  ภายใต้ร่างกายที่ใหญ่โตแข็งแรงเมื่อมองจากภายนอก แต่ข้างในของเด็กสาวกลับตรงกันข้าม ยาใจมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเหงาเศร้า ช่างครุ่นคิดและสับสนอยู่ตลอดเวลา หากมองดวงหน้าของเธอก็จะรับรู้ได้ว่ามันคือใบหน้าของคนที่ไม่มีความสุขในชีวิต  ยาใจค่อนข้างเป็นคนเงียบขรึมแล้วก็ซึมเศร้า แววตาของเธอเป็นแววตาที่มีทั้งความเศร้า ความสับสนเหมือนกับคนที่ครุ่นคิดจมอยู่กับความทุกข์อยู่ตลอดเวลา

                เมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อย ยาใจไม่ได้มีบุคลิกเช่นนี้ เธอยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริงมีความสุขตามประสาวัยเด็ก ช่างน่าเศร้า...ที่ความสดใสเหล่านั้นคงอยู่กับเธอได้ไม่นานนัก และคนที่พรากมันไปกลับกลายเป็นพ่อแท้ๆ ของเธอ!!

                ยาใจถูกพ่อบังเกิดเกล้าข่มขืนกระทำชำเราตั้งแต่วัยเด็ก โลกอันสดใสใบน้อยๆ ของเธอพังทลายตั้งแต่วันนั้น ในวัยที่ชีวิตควรเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม เด็กหญิงยาใจกลับต้องเผชิญกับตราบาปและคราบน้ำตา ความสาวที่เธอสูญเสียมันให้กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดนี้ เปรียบไปก็ไม่ต่างอะไรจากการเกิดสงครามโลกในวันดอกไม้บาน

                ยาใจกลายเป็นเครื่องสนองตัณหาให้กับผู้เป็นพ่อตั้งแต่เด็กจนโต ลำพังแค่สิ่งที่เกิดขึ้นก็นับได้ว่าสร้างความทุกข์ทรมานเกินกว่าที่เด็กหญิงจะทนรับได้อยู่แล้ว แต่แม่แท้ๆของยาใจ ก็ยังเลือกที่จะทอดทิ้งยาใจและกลับไปยืนข้างผู้เป็นสามี หนำซ้ำยังมองว่าเธอเป็นตัวซวย เป็นกาลกิณีของบ้าน

                ยาใจเคยเล่าพฤติกรรมอันโสมมของคนเป็นพ่อให้เพื่อนบ้านรับรู้ แต่เมื่อเพื่อนบ้านไปถามแม่ ปรากฏว่าแม่เลือกปฏิเสธและโยนความผิดให้ลูก แม่บอกว่าสิ่งที่ยาใจเล่าไม่เป็นความจริง แถมยังหาว่ายาใจเพี้ยน สติไม่ค่อยดี และหลงผิดคิดไปเองว่าถูกพ่อข่มขืน เมื่อมีคนนอกรู้เรื่อง แม่ก็มองว่ายาใจคือตัวซวย ที่พาเรื่องเดือดร้อนมาให้ครอบครัว แม่ยิ่งเกลียดยาใจหนักเข้าไปอีก…บ้านจึงเปรียบดั่งนรก

                ...เมื่อผู้ให้กำเนิดทั้งสองกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายและเหยียบย่ำซ้ำเติมเธอเสียเอง ยาใจจึงไม่เหลือที่พึ่งใดๆ เธอเอาแต่นั่งเหม่อลอย ซึมเศร้า แม้แต่น้ำตาที่ควรไหลมาชโลมล้างหัวใจก็ยังเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น...

                ความกลัว ความโศกเศร้า และสับสน เกาะกินใจของยาใจไม่รู้จบ ที่สุดเธอตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปอยู่กับครูสอนศาสนาคริสต์ เด็กสาวเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ครูฟัง จากนั้นครูจึงพาเธอไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจหาหลักฐานและร่องรอยการข่มขืน หลักฐานที่ตรวจพบแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ยาใจเล่าเป็นความจริง ไม่ได้เป็นเรื่องที่คิดแต่งขึ้นมาเองอย่างที่แม่เธอว่าไว้

ทางโรงพยาบาลจึงได้ส่งตัวยาใจมาที่ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ด้วยสภาพซึมเศร้าสุดขีด หลายครั้งหลายหนที่เธอได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วเข้ามาในหู เสียงนั้นวนเวียนไปมา เช่นเดียวกับภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่ยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ไม่รู้จบ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใด อาการของยาใจไม่มีทีท่าว่าจะกระเตื้องขึ้น หูยังคงแว่วได้ยินเสียงแปลกๆ เหมือนเดิม เมื่อความหมองเศร้า สับสน ปนเปเดินทางมาถึงขีดสุด ยาใจจึงพยายามที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งในช่วงนาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ยาใจได้ระบายความรู้สึกออกมาว่า ...เธออยากตาย อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร แม้แต่แม่ก็ไม่เชื่อเธอ หาว่าเธอโกหกใส่ร้ายพ่อของตนเอง  แม้การเกลี้ยกล่อมพูดคุยเพื่อยื้อชีวิตของยาใจไว้ในคริ้งนี้จะประสบความสำเร็จ ยาใจยอมที่จะยุติการทำร้ายตนเอง แต่ใครจะกล้ารับประกันได้ว่า ยาใจจะไม่กระทำซ้ำอีก ดังนั้นบ้านพักฉุกเฉินจึงมีความจำเป็นที่จะต้องส่งตัวยาใจไปยังโรงพยาบาลที่รักษาเฉพาะทาง

ยาใจถูกส่งตัวไปยังสถานที่ใหม่ ที่น่าจะดูแลเธอได้ดีที่สุด แต่บาดแผลทางใจของยาใจนั้นมากเกินไป...ความเสียหายส่งผลให้ยาใจกลายเป็นผู้ป่วยทางจิต และไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดในโลกนี้ก็คงไม่อาจลบล้างความทรงจำอันเลวร้ายออกไปจากชีวิตของเธอได้...จิตใจของยาใจยังคงถูกกักขังอยู่ในเหตุการณ์อันเจ็บร้าวทุกข์ทนที่ตามหลอกหลอนเธอซ้ำไปซ้ำมา …

………………………………………………………………………………………………………………

หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว  ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่  สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1    ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-7 ต่อ 109,113 E-mail: admin@apsw-thailand.org  เว็บไซต์สมาคม www.apsw-thailand.org