By OTTO


คิดถึงวันเก่าๆ หนังเก่าๆ โดย มนัส กิ่งจันทร์

กิจกรรมอย่างว่างๆ ของพวกผมตอนนี้ก็คือ ออกไปตามหาฟิล์มหนังเก่าๆ ตามต่างจังหวัดมาฉาย มาดูกัน แรกๆ ก็ฉายดูกันเอง ต่อมาก็ชวนเพื่อนๆ มาดู มาสนุกด้วยกันและสุดท้ายก็ชวนเพื่อนๆ มาใส่เสียงพูดให้หนังที่ไม่มีเสียงกัน เวลาไปหาฟิล์มนั้น ใจก็นึกอยากจะได้หนังเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ค่อยจะสมหวัง ยิ่งเวลาผ่านไปนานๆ ความหวังที่จะได้พบฟิล์มก็ยิ่งริบรี่ไปเรื่อยๆ ทำให้หนังเก่าๆ บางเรื่องจึงเหลือเพียงแค่ชื่อกับความทรงจำเท่านั้น


                สวนสน ก็เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ตอนเป็นเด็กๆ ผมก็ได้ดูแค่ใบปิดหนัง สมัยนั้นมีผู้ใหญ่บอกว่า สวนสนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ประจวบคีรีขันธ์ ผมไม่รู้จักหรอก รู้จักแต่สวนสนที่อยู่ข้างๆ สนามโรงเรียนสุรวิทยาคาร สุรินทร์ ที่ผมเรียนอยู่ เวลาคิดว่าสวนสนจะเป็นอย่างไร ผมก็ได้แต่อาศัยมองดูต้นสนหน้าโรงเรียน มองแล้วก็จินตนาการไปว่า สวนสนจริงๆ จะต้องมีต้นสนมากกว่านี้หลายเท่าตัวนัก     


         สวนสน เป็นหนัง 35 มม.พากย์เสียงในฟิล์ม นำแสดงโดย ยอดชาย-พิศมัย-ช้องมาศ-พนม-คมน์-ลักษณ์-สุริยา-ประจวบ-อรสา-ปริม-โขมพัสตร์-มนัส-สุคนธ์-อดินันท์-ดามพ์-โดม-วงดิอิมพอสสิเบิ้ล สร้างโดย อินทรวิจิตรภาพยนตร์ โดย ศรินทิพย์ ศิริวรรณ เป็นผู้อำนวยการสร้าง เนรมิตและชาลี อินทรวิจิตร กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 21 เมษายน 2515 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง



                สวนสน เป็นหนังเล่าเรื่องสองยุค ยุคแรกจะเป็นพระเอกนางเอกรุ่นยอดชาย-พิศมัย ซึ่งแสดงเป็นรุ่นพ่อแม่ ต่อมาก็เป็นรุ่นลูกโดยมีการปั้นพระเอกใหม่วัยรุ่นคือ สุริยา ชินพันธ์ ให้จับคู่กับ ช้องมาศ ภุมรา หนังมีเพลง 11 เพลง เป็นเพลงสามยุคสามสมัย หนังเรื่องนี้ไม่เคยออกวีดีโอเทปและปัจจุบันก็ยังตามหากากฟิล์มไม่พบ 


                  สวนสน เรื่องย่อๆ จะเริ่มขึ้นที่ หาดสวนสน ประจวบคีรีขันธ์ รุจน์ (ยอดชาย) พระเอกเป็นคนกรุงเทพฯ ไปเที่ยวสวนสนกับแฟนและได้พบกับสาหร่าย (พิศมัย) นางเอกซึ่งเป็นแม่ค้าขายผลไม้ ก็นึกรักจึงตามจีบ แล้วทั้งสองก็รักกัน ได้เสียกันท่ามกลางเสียงทักท้วง ต่อมาคุณตาของสาหร่ายทราบเรื่องก็ตรอมใจตาย สาหร่ายจึงหนีเข้ากรุงเทพฯ ไปตามหารุจน์และได้อยู่ด้วยกัน แต่แม่รุจน์ก็วางแผนกำจัดสาหร่ายโดยส่งรุจน์ไปเรียนต่อเมืองนอก 5 ปีและให้สาหร่ายไปอยู่เรือนคนใช้กลายเป็นสะใภ้ทาส เมื่อสาหร่ายคลอดลูกเป็นหญิง แม่รุจน์ก็เอาหลานไปเลี้ยงเองและไล่สาหร่ายออกจากบ้าน สาหร่ายไปอยู่กับเพื่อนที่เป็นนักร้องบาร์และต่อมาสาหร่ายก็เป็นนักร้องบาร์แทนเพื่อน รุจน์กลับมาจากเมืองนอก เห็นสาหร่ายเป็นนักร้องก็โกรธคิดว่าสาหร่ายเป็นคนไม่ดี จึงแต่งงานใหม่



                ต่อมาผัวแมงดาของเพื่อนปล้ำสาหร่าย แต่ถูกสาหร่ายแทงตาย สาหร่ายติดคุก 20 ปี พอออกจากคุกมาก็ไปหาบุษริน (ช้องมาศ) ลูกสาวของตน แต่ไม่บอกว่าเป็นแม่เพราะรู้ว่าบุษรินกำลังจะเรียนจบและจะแต่งงานกับนาวิน (สุริยา) สาหร่ายจึงมอบแหวนที่รุจน์เคยให้เธอเมื่อครั้งรักกันใหม่ๆ แก่บุษรินและบอกว่า ตนเองจะกลับไปอยู่สวนสน                 ฝ่ายรุจน์เมื่อแต่งงานใหม่ก็มีลูกสาวคนหนึ่ง แต่เมื่อรู้ว่าเป็นลูกชู้ติดท้องมาก็โกรธ รุจน์เห็นแหวนที่นิ้วมือบุษรินก็สงสัย บุษรินก็บอกว่าได้มาจากผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งตอนนี้กลับไปอยู่ที่สวนสนแล้ว รุจน์จึงรู้ว่าเป็นสาหร่าย ฝ่ายแม่รุจน์ก็ได้สำนึกจึงพากันไปตามหาสาหร่ายที่สวนสน ตอนแรกๆ สาหร่ายจะไม่ยอมกลับกระทั่งบุษรินอ้อนวอน สาหร่ายจึงยอมกลับไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน


                อีกเรื่องหนึ่งที่คิดถึง ก็คือ เสือกเกิดมาจน เป็นหนังที่ช่างกล้าตั้งจริงๆ สมัยผมยังเด็กๆ พอหนังออกฉายก็มีการนำชื่อหนังไปล้อเลียนคนที่ไม่ค่อยมีสตางค์ว่า ก็..เสือกเกิดมาจน..นี่ รถสิบล้อบางคันก็เขียนชื่อนี้ติดไว้ที่บังโคลน ที่กระจกจนกลายเป็นคำยอดฮิตในปี 2519


                   เสือกเกิดมาจน เป็นหนัง 35 มม.พากย์เสียงในฟิล์ม นำแสดงโดย กรุง-นัยนา-ศิริขวัญ-นิรุตติ์-สะอาด-สายัณห์-นฤมล สร้างโดย ช.พจน์ฟิล์ม โดย เนียนนิภา จงโยธา เป็นผู้อำนวยการสร้าง ปริญญา ลีละศร กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 19 พฤศจิกายน 2519 ที่โรง หนังแกรนด์-สามย่าน                  ก่อนหน้านี้ ปริญญา ลีละศร ก็เคยสร้างหนังดังๆ มาแล้วหลายเรื่องเช่น นางสาวมะลิวัลย์ ฝ้ายแกมแพร ตามล่า อ.ต.ล.(ไอ้ตอแหล) ซึ่งถ้าดูจากแนวหนังที่สร้างผ่านมา จะเห็นได้ว่า ครั้งนี้ เป็นการฉีกแนวมาสร้างหนังบู๊ๆ ตามกระแส แต่ปริญญาก็ยังไม่ทิ้งแนวเดิม ถ้าใครได้ดูหนังแล้วก็จะเห็นว่าเป็นหนังบู๊ที่ยังคงแฝงไว้ด้วยบทชีวิตหนักๆ ที่กดดันจนทำให้พระเอก กรุง ศรีวิไล ต้องน้ำตาตก แล้วก็ออกมาล้างอิทธิพลเถื่อนกัน                 เสือกเกิดมาจน นี้ ผมเคยดูจากจอหนังกลางแปลงเพียงครั้งเดียว ก็จำเรื่องได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ปัจจุบันนี้หาฟิล์มหนัง ไม่ได้แล้ว เรื่องย่อๆ ก็มีว่า เหิม (กรุง) มีอาชีพขับมอเตอร์ไซด์รับจ้าง หลงรักมาลี (นัยนา) ซึ่งเป็นลูกสาวกำนันแม้น จึงถูกกีดกันถึงขนาดถูกรุมซ้อมเพราะกำนันต้องการให้มาลีแต่งงานกับสุทธิ (นิรุตติ์) ลูกชายเสี่ยเซ้ง (บู๊) ที่มีฐานะร่ำรวยกว่า 



                ต่อมากำนันแม้น เสี่ยเซ้งร่วมมือกับสง่า (สะอาด) ปลัดอำเภอบีบบังคับให้ชาวบ้านขายที่ดินเพื่อที่จะสร้างเมืองใหม่และนำรถเมล์มาวิ่งแทนรถมอเตอร์ไซด์ แต่ชาวบ้านไม่ชอบขึ้นรถเมล์ ปลัดสง่าจึงหาทางรังแก กลั่นแกล้วพวกคนขับมอเตอร์ไซด์จนเหิมต้องถูกจับไปขังคุกนาน 6 เดือน สร้างความโกรธให้เหิมเป็นอย่างมาก



                เมื่อเห็นชาวบ้านไม่กล้าหือแล้ว ปลัดสง่ากับพวกจึงเริ่มค้าอาวุธสงคราม กักตุนข้าวสาร ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน บุญคำ (ศิริขวัญ) ทนไม่ไหวที่เห็นชาวบ้านเดือดร้อน จึงไปเยี่ยมเหิมในคุกและบอกว่า พ่อของเหิมถูกพวกปลัดสง่าซ้อมจนเสียตาย ส่วน อร (นฤมล) น้องสาวก็ถูกข่มขืนและฆ่า เหิมจึงออกจากคุกมาล้างแค้น หมายจะตามฆ่าปลัดสง่ากับพวกให้ได้ แต่คนโกงเวลาอยู่ด้วยกัน ก็โกงกันเอง กำนันแม้นกับเสี่ยเซ้งก็ถูกปลัดสง่าหักหลังและฆ่าตายไปก่อน เหิมจึงเปิดฉากดวลกับปลัดสง่า ล้างแค้นแทนผู้เป็นพ่อและน้องสาว ส่วนชาวบ้านซึ่งทนมานานแล้ว ก็ลุกขึ้นสู้อิทธิพลเถื่อนร่วมกับเหิมด้วย