By OTTO


ตุ๊กแกผี โดย มนัส กิ่งจันทร์

                พูดถึงชื่อ ตุ๊กแกผี บอกตามตรงว่าเป็นหนังผีที่ทำให้เด็กๆ อย่างผมกลัวมาก หนังเรื่องนี้ผมดูมาหลายครั้ง เป็นช่วงที่กำลังจะหมดยุคการฉายหนัง 16 มม.กันแล้ว แต่ที่สุรินทร์บ้านผม บริการรัตนาภาพยนตร์เขาก็ยังฉายหนัง 16 มม.อยู่เจ้าเดียวเรียกว่า ถ้าเห็นจอหนังรัตนาตั้งปุ๊บ ก็คิดได้เลยว่า คืนนี้ จะต้องมีตุ๊กแกผีมาฉายอีกแน่ๆ

ตามปกติเวลาไปดูหนังกลางแปลง ผมก็มักจะไปเป็นกลุ่มๆ กับเพื่อนๆ แต่พอรู้ว่าเป็นรัตนาภาพยนตร์ เพื่อนๆ ก็ขี้เกียจจะไปเพราะเขาจะฉายหนังเรื่องเดิมๆ แต่ที่ผมชอบไปนั้น ผมชอบไปการฉายดูหนัง ไปอยู่ใกล้ๆ เครื่องฉายหนัง ไปดูนักพากย์เขาพากย์หนัง



คืนนั้นรัตนาภาพยนตร์ก็ตั้งจอฉายกันแถวๆ ทางโค้งเลยโรงเรียนเทศบาล 3 ไปนิดหน่อย ผมก็เดินไปดูคนเดียว ความที่เป็นเด็ก ก็ค่อยๆ เดินเลาะริมถนนไปเรื่อยๆ จนถึงจอหนัง แถวนั้นก็มืดๆ ไฟถนนก็ไม่ค่อยมี ไฟจากบ้านคนก็ค่อยๆ ปิดไปที่ละบ้าน ตุ๊กแกผี มาอีกแล้วครับ ผมเองดูจนจำเนื้อเรื่องได้ แต่ชอบดูเวลาเขาพากย์หนัง ชายจริงหญิงไม่มี คือว่าพากย์คนเดียวนั่นแหละ เวลาฉากผีออก เขาก็จะเปิดแผ่นเสียงหมาหอน ก็จะเห็นเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน นั่งกอดนั่งกลัวผี บางคนก็เอามือปิดตาบ้าง นักพากย์ก็จะทำเสียงหมาหอนผสมกับหมาของชาวบ้านแถวนั้นที่ดันหอนขึ้นมาอีก ในหนังจะมีลมพัดแรงๆ กิ่งไม้ ใบไม้ก็ไหว บรรยากาศที่ยืนข้างจอหนัง ก็ไม่แพ้กัน มีทั้งลมโชย ลมพัดจนจอหนังกระเพื่อมไปมา ยิ่งเสริมบรรยากาศให้น่ากลัวยิ่งขึ้น



ตุ๊กแกผี จะมีฉากที่ผมจำได้แม่นๆ ก็คือ ฉากที่ผีตุ๊กแกออกอาละวาด จับหนูกินตัวเป็นๆ เวลากินก็หย่อนหนูทั้งตัวใส่ลงคอ เคี้ยวจับๆๆ ทำได้น่าขยะแขยง น่ากลัวมาก แถมคนพากย์ยังพากย์อีกว่า..อาหร่อย..กินด้วยกันมั๊ย.ฮึๆๆ..ทำเอาผมกลัวยิ่งกว่าเห็นผีแม่นาคเสียอีก



พอหนังจบเวลาจะเดินกลับบ้านก็เกิดกลัวผีขึ้นมาจึงคอยดูว่าจะมีผู้ใหญ่คนไหนเดินกลับบ้านทางเดียวกันหรือไม่ ถ้ามีก็จะเดินตามเขาไป สมัยนั้นสองข้างทางจะมีต้นไม้อยู่มาก เวลาลมพัดมาแรง กิ่งไม้จะไหวตามลม มืดๆ ก็จะดูคล้ายกับมือผี แกว่งไป แกว่งมา น่ากลัวมากๆ



ตุ๊กแกผี จึงเป็นหนังที่ผมจำได้ฝังใจมาก ถ้ามีวีดีโอขายก็จะหามาดู แต่ก็หาไม่ได้จนกระทั่งปี 2540 ผมเจอคนขายฟิล์มหนังตุ๊กแกผีที่ตลาดคลองถม แต่ผมไม่มีเงินซื้อก็เลยต่อรองขอเช่ากลับบ้านไปฉายดู

ตุ๊กแกผี เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ บทประพันธ์ของ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก (กัลป์จารึก) สร้างโดย นพคุณ ธารอุทิศ ประดิษฐ์ กัลป์จาฤก เป็นผู้กำกับการแสดง นำแสดงโดย พัลลภ พรพิษณุ ศศิธร เพชรรุ่ง มารศรี ณ บางช้าง จำรูญ หนวดจิ๋ม สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม ด.ญ.ปนัดดา กัลย์จาฤก ฉายครั้งแรกวันที่ 22 ตุลาคม 2512 ที่โรงหนังเฉลิมบุรี



เรื่องย่อ ๆ ก็มีว่า บวร ผู้เป็นพ่อ (ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก) มีภริยาอยู่แล้วคือจารุ (มารศรี ณ บางช้าง) มีลูก 3 คน แต่บวรก็จะพาทับทรวง (เยาวเรศ) ภริยาใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน จึงให้จารุภริยาซึ่งเป็นโรคฝีดาษให้ไปอยู่ในบ้านร้างท้ายสวน ลูกๆ ทั้งสามแม้จะไม่ยอมแต่ก็ขัดขวางไม่ได้ ในวันที่ไปส่งจารุนั้น ยศดนัย (พัลลภ พรพิษณุ) ลูกชายเกิดมีเรื่องทะเลาะกับทับทรวง บวรจะใช้ไม้ตะพดตียศดนัย แต่ลูกสาวคนเล็กเข้าขวางไว้ จึงถูกตีแทนซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ตุ๊กแกตัวใหญ่ตัวหนึ่งตกลงมาที่มือของจารุ จารุตกลงและช็อคตาย มือยังกำตุ๊กแกตัวนั้นไว้แน่น วิญญาณของจารุก็เข้าสิงในตุ๊กแกทันที จากนั้นตุ๊กแกทั้งบ้านร้างก็ส่งเสียงร้องตุ๊กแกๆ  ต๊อกแกๆ ระงมไปทั่วอย่าง ทุกคนต่างตื่นตกใจและรีบออกจากบ้านร้างไป



ศพของจารุถูกใส่โลงตั้งไว้ในบ้านร้างแห่งนั้นโดยลูกสามคนก็แวะเวียนมาไหว้ศพแม่ตามประเพณี ส่วนทับทรวงภริยาใหม่ก็ไม่ค่อยพอใจจึงคิดจะหาทางกำจัดลูกติดทั้งสามคน ทับทรวงจ้างคนให้มาทำร้าย แต่ทุกครั้งร่างของจารุผู้เป็นแม่ซึ่งมีใบหน้าเป็นตุ่มๆ เหมือนตัวตุ๊กแกก็ออกมาคอยปกป้องลูกๆ ทับทรวงจึงไปหาหมอผีมาปราบ แต่ลูกๆ ทั้งสามคนก็ช่วยกันแก้ยันต์หมอผีได้ ครั้งสุดท้ายทับทรวงก็ไปหาหมอผีและได้มีดหมอลงยันต์มาเล่มหนึ่ง แต่ว่าจะต้องใช้มีดนั้นแทงหน้าอกศพจารุในคืนแรม 15 ค่ำ จึงจะได้ผล



ครั้นถึงคืนแรม 15 ค่ำ ทับทรวงก็ลอบเข้าไปในบ้านร้าง หมายจะใช้มีดหมอแทงหน้าอกศพจารุตามที่หมอผีสั่งไว้ แต่ยศดนัยรู้เรื่องนี้เสียก่อนจึงเข้าขัดขวาง เกิดการต่อสู้แย่งปืนกัน ขณะที่ยศดนัยจะใช้ปืนยิงทับทรวงนั้น ประอร (ศศิธร เพชรรุ่ง) คนรักของยศดนัยซึ่งเป็นญาติกับทับทรวงก็เข้ามาขวางไว้ ทำให้ยศดนัยลังเลใจ ไม่กล้ายิง จึงถูกสมุนทับทรวงตีหัวสลบไปซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ตุ๊กแกในบ้านร้างเริ่มส่ง



เสียงร้องระงมขึ้นมา ลมพัดแรงจนฝาโลงถูกเปิดออกทันที ทับทรวงก็รีบเดินไปโลงศพจารุ หมายจะใช้มีดหมอแทงที่หน้าอกศพจารุ แต่ศพจารุก็เบิกตาโพลงขึ้นมา แล้ววิญญาณผีตุ๊กแกก็เข้าสิงทับทรวงทันที ณ ตอนนั้นร่างของทับทรวงก็กลายเป็นตัวตุ่มๆ เหมือนตัวตุ๊กแก แล้ววิญญาณผีตุ๊กแกก็สั่งให้ทับทรวงนั้นใช้มีดหมอแทงหน้าอกตัวเองจนสิ้นใจตาย เหตุการณ์ร้ายจึงสงบลง ส่วนบวรผู้เป็นพ่อก็ได้สำนึก จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้จารุและทับทรวงไปพร้อมกันและจัดงานแต่งงานให้ยศดนัยลูกชายคนโตกับประอรอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข