By OTTO

เรื่องย่อละคร "สายโลหิต"

                                                                                        บทประพันธ์ : โสภาค  สุวรรณ

                                                                                                บทโทรทัศน์ : ศัลยา  สุขะนิวัตติ์

                                                                                                กำกับการแสดง : เพ็ญลักษณ์ อุดมสิน







                เมื่อพ.ศ. 2301  กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด ณ เวลานั้น มีครอบครัว 3 ครอบครัวที่คนในครอบครัวมีชีวิตเกี่ยวพันกันทั้งรัก ทั้งแค้น จนกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันจนวาระสุดท้ายของชีวิต คือครอบครัวของพระสุวรรณราชา


(บิ๊ก-ศรุต วิจิตรานนท์) เป็นช่างทองหลวง มีบุตร 3 คน คือหลวงเสนาสุรภาคหรือพ่อเดือน (ไม้-  นนทพันธ์ ใจกันทา) ลำดวน(เพลง-กวิตา  จินดาวัฒน์) และดาวเรือง (นาว-ทิสานาฏ ศรศึก) ถูกเลี้ยงดูโดย ย่านิ่ม(ดวงดาว จารุจินดา)  อีกครอบครัวคือ พระยาพิริยะแสนพลพ่าย(อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา)และคุณหญิงศรีนวล(ขวัญฤดี กลมกล่อม) มีบุตร 3คนเช่นกัน คือ หลวงเทพฤทธิ์อริศัตรูพ่าย(กอล์ฟ-อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) แต่งงานกับลำดวน ขุนไกร(พอร์ช-ศรัณย์  ศิริลักษณ์) และแม่หญิงเยื้อน(แนท-ณัฐชา นวลแจ่ม) และครอบครัวที่สามคือ พระยาวิชิตปรีชา(ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย) และคุณหญิงปริก(รชนีกร พันธุ์มณี) มีบุตรชายเพียงคนเดียวคือ หมื่นทิพเทศา(อ๊อฟ-ชนะพล สัตยา)



ที่รักและตามใจมาก จนหมื่นทิพหยิ่งผยอง พยายามเข้ามาเกี่ยวดองกับครอบครัวของพระยาพิริยะแสนพลพ่าย จนแม่หญิงเยื้อนตกหลุมรัก แม้ขุนไกรพี่ชายจะทักท้วง  แต่แม่หญิงเยื้อนก็ไม่ฟัง



เพราะขุนไกรรู้เช่นเห็นชาติของหมื่นทิพว่าเป็นคนไม่ดี แม่หญิงเยื้อนก็ยืนยันจะแต่งงานกับหมื่นทิพให้ได้ คุณหญิงศรีนวลผู้เป็นแม่ก็สนับสนุนหมื่นทิพเต็มที่ เพราะอยากได้ของกำนัลที่หมื่นทิพนำมาให้ ขุนไกรกับหมื่นทิพจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน



ส่วนดาวเรืองถูกเลี้ยงดูไม่เหมือนเด็กหญิงในอยุธยา เพราะดาวเรืองได้เรียนหนังสือ อ่านออกเขียนได้ เรื่องงานบ้านงานเรือนก็ทำได้ดี รวมไปถึงการสืบทอดวิธีการทำทองของครอบครัวเธอก็ทำได้


แล้วนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ดาวเรืองอยากรู้อยากเห็นเลยหนีคุณย่าและนางเยื้อน (ทราย-อินทิรา เจริญปุระ)พี่เลี้ยง ออกไปเที่ยวตลาดกับยายชด(ณัฐมนต์ พันธุ์เพ็ง)แม่ครัวของบ้าน แล้วหารู้ไหมว่าการหนีมาเที่ยวของดาวเรืองอยู่ในสายตาของหมื่นทิพตลอด ทำให้หมื่นทิพขู่บังคับให้ดาวเรืองนำเพลงยาวไปส่งให้แม่หญิงเยื้อน



ไม่อย่างนั้นจะเอาเรื่องหนีเที่ยวไปฟ้องคุณย่านิ่ม ดาวเรืองทั้งโกรธและเกลียดหมื่นทิพแต่จำใจต้องทำ จนขุนไกรจับได้ดาวเรืองสารภาพทั้งน้ำตาว่าโดนหมื่นทิพบังคับให้ทำ ขุนไกรสงสารดาวเรืองเลยบุกบ้านหมื่นทิพท้าดวลดาบ แต่หมื่นทิพขี้ขลาดไม่กล้า ขุนไกรจึงขู่ว่าอย่าให้รู้ว่าบังคับให้ดาวเรืองเอาเพลงยาวไปส่งให้แม่หญิงเยื้อนอีก ถ้ายังทำอีกหมื่นทิพตายโหงแน่ หมื่นทิพโกรธเนื้อเต้นบีบคั้นแม่ให้จัดการสู้ขอแม่หญิงเยื้อนให้ได้  เมื่อคุณย่านิ่มรู้เรื่องจึงสั่งห้ามดาวเรืองออกไปเที่ยวอีก ขุนไกรรู้เรื่องจึงขออาสาคุณย่าพาดาวเรืองเที่ยวเอง นั่นก็คือจุดเริ่มต้นความผูกพันของดาวเรืองและขุนไกร  


เวลาผ่านไปจนดาวเรืองโตเป็นสาวสวย หมื่นทิพมาเกะกะระราน ส่วนแม่หญิงเยื้อนก็ป่วย ทำให้หมื่นทิพหมดรัก แม่หญิงเยื้อนเลยตรอมใจตาย  และเมื่อขุนไกรกลับมาก็จำดาวเรืองไม่ได้เพราะโตเป็นสาว ความหลังระหว่างสองคนถูกรื้อฟื้น จนทั้งคู่ซาบซึ้งใจกันจนเกิดเป็นความรัก ขุนไกรให้แหวนแทนใจกับดาวเรืองก่อนกลับไปราชการอีกครั้ง และบอกว่าจะขอกลับมารับราชการที่พระนคร เพราะกลัวว่าหมื่นทิพจะมายุ่งวุ่นวายกับดาวเรือง  ก่อนที่หลวงไกรไปรบก็ฝากฝังให้คุณย่านิ่มดูแลของรักคือดาวเรืองให้ด้วย คุณย่ารับปาก ส่วนขุนทิพเวลาที่ได้พบกับดาวเรืองก็ตามระรานเกี้ยวพาราสี ทำให้ดาวเรืองหวาดกลัวและยิ่งทวีความเกลียดขึ้นอีก ระหว่างนั้นคุณย่านิ่มผู้มีความรู้เรื่องโหราศาสตร์เห็นดวงเมืองของกรุงศรีอยุธยา ว่าถึงคราวพินาศด้วยน้ำมือข้าศึกแต่คุณย่าก็ไม่ได้ปริปากบอกใคร พอขุนไกรกลับมาจึงถือโอกาสสู่ขอดาวเรืองกับพระสุวรรณราชาและจัดการตบแต่ง


เพื่อให้ขุนทิพเกรงกลัวไม่กล้ามาเกาะแกะดาวเรืองอีก ซึ่งวันที่หลวงไกรกับดาวเรืองแต่งงานกัน ยังไม่ได้เข้าหอหลวงไกรก็โดนหมายเรียกให้ไปออกรบ เพราะเป็นแผนการณ์ชั่วของขุนทิพที่ขอให้พระยารัตนาธิเบศร์(อ๋อย-ศุภชัย เธียรอนันต์)สับเปลี่ยนตัวหลวงไกรต้องไปรบทันที หลังจากที่หลวงไกรไปได้ไม่นานความทุกข์ก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เมื่อคุณย่านิ่มสิ้นลมอย่างสงบและคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายคือให้เก็บข้าวของฝังดินและบอกว่าหลวงไกรจะมีเคราะห์หนัก คำทำนายสุดท้ายของคุณย่านิ่มจะเป็นจริงหรือไม่และชีวิตรักของดาวเรืองกับหลวงไกรจะลงเอ๋ยอย่างไร ต้องติดตามชมในละครเรื่อง "สายโลหิต"