By OTTO

48 ปี มิตร ชัยบัญชา โดย มนัส กิ่งจันทร์



ถ้า มิตร ชัยบัญชา ยังมีชีวิตอยู่ ปีนี้ ก็จะอายุ 84 ปีแล้วครับ

แต่ ณ วันนี้ มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตไปนานถึง 48 ปีแล้ว ก็ยังมีผู้คนจัดงานรำลึกนึกถึงให้ทุกๆ ปี ปีนี้ที่ลองไล่ๆ ดู เริ่มจากที่หอภาพยนตร์ฯ ศาลายา ก็จะจัดงานรำลึกมิตร ชัยบัญชา ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 โดยเชิญ วิน วิษณุรักษ์ อดีตพระเอกเก่าซึ่งเคยร่วมงานกับมิตร ชัยบัญชา มาเป็นดารารับเชิญ บอกเล่าเรื่องราวของมิตร ชัยบัญชาและคุณวิน วิษณุรักษ์ ก็จะประทับรอยพิมพ์มือ-พิมพ์เท้า ณ ลานดารา ของหอภาพยนตร์ฯ ในวันเดียวกันด้วย

คุณเจนภพ จบกระบวนวรรณ นั้น ก็บอกว่า ปีนี้ จะไปทำบุญมิตร ชัยบัญชา ที่วัดท่ากระเทียม อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรีและจะไปดูความคืบหน้าของการสร้าง อุทยานหนังไทยมิตร ชัยบัญชา ที่วัดท่ากระเทียมด้วย


คุณบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์บัญชา จังหวัดพิษณุโลก ปี้นี้ ก็จะจัดงานรำลึกมิตร ชัยบัญชาในวันที่ 7 ตุลาคม 2561

ที่วัดแค นางเลิ้ง นั้น ปีนี้ สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายร่วมกับชุมชนใกล้เคียงก็จะจัดงาน ย้อนวันวาน 48 ปีมิตร ชัยบัญชา ระหว่างวันที่ 6-7-8 ตุลาคม 2561 โดยปีนี้ จัดใหญ่กว่าทุกๆ ปี จะมีนิทรรศการมิตร ชัยบัญชา การละเล่น การแสดง การแต่งกายย้อนยุค การฉายหนังมิตร ชัยบัญชา โดยจะปิดถนนพะเนียงฝั่งข้างวัดแค นางเลิ้ง จัดงานกัน ส่วนการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่มิตร ชัยบัญชา นั้น ปีนี้แม่งานหลักก็จะเป็นวัดแค นางเลิ้งและชุมชนใกล้เคียงจัดงานทำบุญเลี้ยงพระเพลโดยกลุ่มวัยหวานฯ ของพวกเราก็จะเป็นเจ้าภาพร่วมทำบุญด้วย คาดว่า จะมีศิลปินดาราทั้งเก่าและใหม่ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบมิตร ชัยบัญชา มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง


ส่วนกิจกรรมฉายหนังมิตร ชัยบัญชา นั้น ปีนี้ แรกๆ พวกเราก็วางแผนไว้ว่า จะจัดหลังจากวันที่ 8 ตุลาคมไปสักอีกหน่อย โดยจะหาหนังมิตร ชัยบัญชา ตัวใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยออกแผ่นดีวีดีจำหน่าย มาฉายให้ดูกันฟรีๆ และจะจัดควบกับกิจกรรมอื่นๆ ด้วย แต่เผอิญว่า ปีนี้ วันมิตร ชัยบัญชา ตรงกับวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันทำงานและที่หอภาพยนตร์ฯ ก็จัดงานมิตรในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 เพียงวันเดียวเท่านั้น โรงหนังศรีศาลายาก็เลยยังว่างอยู่ พวกเราก็เลยปรึกษากับเพื่อนๆ ว่า ทุกๆ ปี ในวันที่ 8 ก็จะมีผู้คนเดินทางมาที่หอภาพยนตร์ฯ ศาลายา เรียกว่า มาแบบไม่ต้องนัดหมายเพราะคิดว่า ยังไง ยังไงก็จะต้องมีหนังมิตร ชัยบัญชา ฉายให้ชมแน่ๆ


เราก็เลยคิดว่า วันที่ 8 ตุลาคมปีนี้ ถ้าเกิดมีผู้คนเดินทางดุ่มๆ มาที่หอภาพยนตร์ฯ ศาลายา ก็จะไม่มีรายการอะไรให้เขาดู ก็เลยคิดว่า ถ้าพวกเราทำบุญเลี้ยงที่วัดแค นางเลิ้ง เสร็จ เราก็น่าจะหาหนังมิตร ชัยบัญชา มาฉายกันสักเรื่องหนึ่ง เลือกเอาหนังที่ยังไม่เคยออกแผ่นดีวีดีจำหน่ายมาก่อนเพราะส่วนใหญ่แฟนหนังมิตรก็มักจะซื้อแผ่นซีดี ดีวีดีหนังมิตรกันไปหมดแล้ว จึงปรึกษาผู้ใหญ่ของหอภาพยนตร์ฯ เพื่อขอหนังมิตร ชัยบัญชาที่เป็นไฟล์วีดีโอและมีบทพากย์มาฉาย ก็ได้หนังเรื่อง ดอกอ้อ ของ ดอกดิน กัญญามาลย์ มาฉาย โดยเป็นหนัง 16 มม.ไม่มีเสียงพากย์ พวกเราก็จะช่วยกันลงเสียงพูดให้กับหนังเหมือนอย่างที่เคยทำมาแล้ว

 แต่บอกก่อนนะครับ กากฟิล์มดอกอ้อที่หอภาพยนตร์ฯได้รับมานั้น ได้มาแต่ไม่ครบเรื่อง กล่าวคือ ฟิล์มหนังสมัยนั้นจะมีอยู่ 5 ม้วนจบ แต่กากฟิล์มที่หอภาพยนตร์ฯ ได้รับกลับมานั้นจะมีเพียง 4 ม้วน เนื้อหาบางช่วงจะขาดหายไปตามกาลเวลา เพลงยังอยู่ครบ 3 เพลง แต่หนังจบเรื่อง มีความยาวสองชั่วโมงสิบเจ็ดนาทีครับ 

ดอกอ้อ เป็นบทประพันธ์ของ อิงอร นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-อดุลย์-ชฎาพร-แมน-สุวิน-ศรินทิพย์-มนัส-ธัญญา-อรสา-ดอกดิน สร้างโดย กัญญามาลย์ภาพยนตร์ โดย บรรจง กัญญามาลย์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ดอกดิน กัญญามาลย์ เป็นผู้กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 2 สิงหาคม 2511 ที่โรงหนังคาเธ่ย์


หนังเริ่มเรื่องตั้งแต่ นางเอกคือ ดอกอ้อ ยังเล็กๆ อยู่และหนีตายข้ามโขงมายังฝั่งไทยกับแม่และป้าแหวน (มนัส บุญยเกียรติ) ซึ่งเป็นแม่นม ระหว่างหลบหนีมานั้น แม่ก็ถูกฆ่าตาย ส่วนป้าแหวนก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและพลัดหลงกัน แม่ครูพร (ศรินทิพย์ ศิริวรรณ) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนพรพิทยา เห็นเหตุการณ์จึงช่วยนางเอกซึ่งมีชื่อว่า อ๋อ มาเลี้ยงไว้แทน แต่เพราะเห็นว่าชื่อ อ๋อ นั้นไม่ค่อยจะเพราะ แม่ครูพรจึงเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า ดอกอ้อ (เพชรา เชาวราษฏร์) ส่วนชื่อจริงๆ ของดอกอ้อ ก็คือ กมลมาศ สิทธิกร ซึ่งสลักไว้ในเหรียญห้อยคอที่ติดตัวดอกอ้อมานั่นเอง

15 ปีต่อมา ดอกอ้อก็โตเป็นสาวและเป็นครูสอนที่โรงเรียนของแม่ครูพร โดยมีเพื่อนซี้อยู่สองคนซึ่งแม่ครูพรเลี้ยงมาพร้อมๆ กันคือ เมี่ยง (ดอกดิน กัญญามาลย์) ทำหน้าที่เป็นภารโรง ส่วน เอื้องคำ (อรสา อิศรางกูรฯ) นั้นเป็นแม่ครัว นอกจากนี้ยังมี ภาณี (ชฎาพร วชิรปราณี) ซึ่งแม่ครูพรเลี้ยงมาแต่เด็กๆ แต่ภาณีไม่ค่อยจะถูกชะตากับดอกอ้อ

วันหนึ่ง พิทักษ์ (แมน ธีระพล) ซึ่งได้รับมรดกที่ดินโรงเรียนที่แม่ครูพรเช่าก็ขอขึ้นค่าเช่าที่ดิน ภาณีจึงได้รู้จักสนิทสนมกับพิทักษ์ ต่อมาแม่ครูพรก็มอบสายสร้อยและเหรียญสลักชื่อสกุลให้ดอกอ้อ ทำให้ภาณีไม่พอใจ ดอกอ้อจึงตัดความรำคาญยกสายสร้อยของตนเองให้ภาณีไปโดยไม่รู้ว่านั่นเป็นสร้อยนามสกุลของตนเอง

ดอกอ้อ เมี่ยงและเอื้องคำ พานักเรียนไปเที่ยวป่าและหลงป่าจึงได้พบกับผู้การวิคุณ (อดุลย์ ดุลยรัตน์) ที่ไล่ยิงพวกคนร้ายผ่านมา วิคุณสนใจในตัวดอกอ้อ ส่วนภาณีนั้นก็ขโมยเงินแม่ครูหนีเข้ากรุงเทพฯ ดอกอ้อจะไปตามภาณี แต่เกิดการยิงกันและมีชายคนหนึ่งถูกยิงบาดเจ็บมาซ่อนตัวในโรงเรียน เขาบอกแต่ชื่อว่า นายอ่อน (มิตร ชัยบัญชา) ดอกอ้อสงสารจึงช่วยเหลือนายอ่อนจนอาการดีขึ้น


แท้จริงแล้ว นายอ่อนก็คือ เจ้าตรีทศวงศ์ นายพลทหารบกลาว ซึ่งหนีภัยการเมืองและกำลังถูกนายพิทักษ์กับพวกที่รับจ้างทหารลาวตามฆ่า ผู้การวิคุณจึงวางแผนให้เจ้าตรีทศวงศ์ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของพี่สุทธิ (สุวิน สว่างรัตน์) ในกรุงเทพฯ โดยวางแผนให้เห็นว่า นายอ่อนถูกยิงตายและทหารไทยนำศพไป ทำให้ดอกอ้อซึ่งไม่รู้แผนนี้เสียใจเพราะเริ่มมีใจให้นายอ่อนแล้ว

ต่อมาพิทักษ์พูดสู่ขอดอกอ้อกับแม่ครู แต่ครูไม่ชอบนิสัยนักเลงของพิทักษ์ จึงให้ดอกอ้อหนีไปเรียนต่อในกรุงเทพฯ ฝ่ายนายอ่อนเมื่อมาอยู่กรุงเทพฯ ก็ปลอมตัวเป็นคนตาบอดชื่อนายนิ่มและสนิทสนมกับลูกสาวพี่สุทธิซึ่งตาบอดเช่นกันชื่อว่า อ้อย (ด.ญ.จิระวดี อิศรางกูรฯ) ส่วนนายทักษ์เมื่อรู้ว่า แม่ครูกีดกันไม่ให้แต่งงานกับดอกอ้อ ก็ลอบเผาโรงเรียนทิ้ง ครูพรจึงต้องเข้ากรุงเทพฯไปอยู่กับดอกอ้อ


เมื่อดอกอ้อมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ก็ได้พบกับผู้การวิคุณ ผู้การวิคุณจึงฝากไปเป็นครูสอนพิเศษให้หนูอ้อย ทำให้ดอกอ้อได้พบกับนายนิ่มที่มีหน้าตาคล้ายนายอ่อน ยังความสงสัยให้กับดอกอ้อเป็นยิ่งนัก

ฝ่ายภาณีเมื่อหนีเข้ากรุงเทพฯ มาก็ได้พบกับสุทธิอย่างบังเอิญ สุทธิเห็นเหรียญห้อยคอชื่อ กมลมาศ สิทธิกร ก็คิดว่าเป็นลูกสาวที่หายตัวไป จึงรับเลี้ยงเป็นลูก แม้ป้าแหวนจะบอกว่าเป็นตัวปลอม แต่สุทธิก็ไม่เชื่อเพราะป้าแหวนเป็นคนบ้าๆ บอๆ แม่ครูพรจึงเล่าความจริงให้ดอกอ้อ แต่ดอกอ้อก็ไม่คิดจะบอกความจริงแก่ใคร นายนิ่มรู้เรื่องโรงเรียนแม่ครูพรถูกไฟไหม้ จึงนำเช็คเงินสดเจ็ดหมื่นบาทมาช่วย 

ฝ่ายภาณีก็ร่วมมือกับพิทักษ์เพื่อหาทางกำจัดหนูอ้อยหวังจะฮุบมรดก แต่นายนิ่ม ดอกอ้อกับป้าแหวนก็ช่วยหนูอ้อยได้ทัน ผู้การวิคุณก็เปิดเผยความจริงว่า ภาณีเป็นกมลมาศตัวปลอม เมื่อตรีทศวงศ์รู้ว่า ผู้การวิคุณจะขอดอกอ้อแต่งงานจึงจะหนีกลับลาวก็เผอิญว่าพิทักษ์พาพวกมาดักทำร้าย เมื่อการต่อสู้สงบลง ผู้การวิคุณจึงบอกความจริงแก่ตรีทศวงศ์ ความรักระหว่างดอกอ้อกับตรีทศวงศ์จึงลงเอยกันได้อย่างมีความสุข