By OTTO


รำลึกมิตรกับ ปูจ๋า โดย มนัส กิ่งจันทร์

เมื่อต้นปี ผมเคยเขียนถึงการไปพบกากฟิล์มหนัง 16 มม.เรื่อง รักข้ามขอบฟ้า อย่างบังเอิญ ที่อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นฟิล์มของครูสมบัติ เจริญรัตน์ เจ้าของบริการรัตนศิลป์ภาพยนตร์  ฟิล์มที่พบในวันนั้นก็มีเรื่อง  1) เสือข้ามแดน (2508 มิตร-เพชรา) 2) คนึงหา (2514 มิตร-พิศมัย) 3) ฝนเดือนหก (2513 มิตร-อรัญญา-โสภา) 4) ชโลมเลือด (2506 มิตร-คริสตินเหลียง) 5) รักข้ามขอบฟ้า (2514 สมบัติ-อรัญญา-เจีย ยุทธร-ดีเสวต) 6) เยี่ยมวิมานรัก (2504 ชนะ-รสริน) 7) นางกระต่ายป่า (2506 ชนะ-เมตตา) ฯลฯ



ในจำนวนนี้ รักข้ามขอบฟ้า ฟิล์มค่อนข้างจะสมบูรณ์กว่าเรื่องอื่นๆ ตอนนั้นใจก็คิดว่า จะหาทางช่วยให้รักข้ามขอบฟ้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง คิดฝันไปไกลว่า คงจะมีคนกัมพูชาเข้ามาช่วยสนับสนุนกันมั่งล่ะ แต่ก็เงียบ.. เงียบจนสงสัยว่า พวกเราท่าจะบ้าหนังเก่าๆ กันอยู่กลุ่มเดียว กระทั่งเมื่อคราวที่พวกเราจัดงาน 78 ปี ครรชิต ขวัญประชา ก็คิดว่า จะหาหนังอะไรที่ครรชิตแสดงและไม่มีจำหน่ายในท้องตลาดมาฉายกันดี สุดท้ายพวกเราก็เลยนำหนัง 16 มม.เรื่อง บ้านสาวโสด มาทดลอง



บันทึกเสียงพูดเพื่อฉายในงานดังกล่าว ก็ทำแบบมือสมัครเล่น หาเครื่องไม้เครื่องมือกันเอง เพื่อนๆ ก็มาช่วยกันใส่เสียงพูดให้กับตัวละครจนเสร็จและนำไปฉาย.. จากเรื่อง บ้านสาวโสด ก็มาถึงเรื่องที่ 2 คือ ธารรักไทรโยค.. ชักจะติดเครื่อง ติดใจกันแล้ว คราวนี้เพื่อนๆ ก็เลยบอกว่า น่าจะนำหนัง 16 มม.ใบ้ๆ ที่หาฟิล์มได้มาใส่เสียงพูดกันดีกว่า ทำนองว่า ช่วยหนังต้องช่วยให้ถึงที่สุดซิ พอเห็นเพื่อนๆ ชักสนุก ก็คิดว่า แล้วเรื่องที่ 3 นั้นควรจะเป็นหนังเรื่องอะไรดี ก็มานึกถึงหนังไทย-กัมพูชา เรื่อง รักข้ามขอบฟ้า หนังไทยเรื่องท้ายๆ ที่ดาราไทยกับกัมพูชาได้แสดงร่วมกันและครั้งหนึ่งกระทรวงการต่างประเทศเคยคิดที่จะนำกลับมาฉายเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกันในปี 2548 แต่ไม่สามารถหาฟิล์มหนังได้ ในเมื่อพวกเราอุตส่าห์พบฟิล์มแล้ว ก็น่าจะนำเรื่องนี้แหละมาใส่เสียงพูดเป็นเรื่องที่ 3 ความนี้รู้ไปถึงผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ก็เลยมาช่วยทำข่าวการชุบชีวิตหนังรักข้ามขอบฟ้าด้วย



พวกเราเริ่มลงเสียงพูดให้รักข้ามขอบฟ้าในต้นเดือนสิงหาคม 2561 โดยคิดไว้ว่า จะนำมาฉายในเดือนตุลาคม 2561 แต่เพราะเดือนตุลาคมนั้นจะเป็นเดือนที่มีการรำลึกการจากไปของพระเอก มิตร ชัยบัญชาด้วย ก็เลยต้องคิดต่ออีกว่า แล้วงานมิตร ชัยบัญชา เราจะหาฉายหนังเรื่องอะไรมาฉายดี หนังมิตรในสต๊อกก็มีอยู่หลายเรื่อง แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีบทพากย์ เวลากระชั้นชิดอย่างนี้ คงทำบทพากย์ไม่ทันแน่ๆ ก็เลยนึกถึงเรื่อง ปูจ๋า เพราะมีบทพากย์อยู่แล้วที่หอภาพยนตร์ฯ  



ก็เป็นอันว่า ปีนี้ งานรำลึก มิตร ชัยบัญชา พวกเราจะจัดกันในวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2561 เหตุที่จัดไม่ตรงกับวันที่ 8 ตุลาคมก็เพราะไม่อยากให้มีงานชนงานกันนะครับ ปีนี้ พิเศษหน่อยก็ตรงที่ว่า นอกจากจะมีหนังมิตรเรื่อง ปูจ๋า มาฉายแล้ว ก็ยังมีรักข้ามขอบฟ้ามาฉายอีกด้วย

สำหรับที่มาของกากฟิล์มเรื่อง ปูจ๋า นั้น ก็สืบเนื่องจากประมาณเดือนสิงหาคม 2542 ที่คุณโต๊ะพันธมิตรพาผมออกตามหาฟิล์มหนังไทยเก่าๆ นั่นแหละครับ พอเราไปหาฟิล์มหนังที่ไหน ก็จะฝากข่าวเขาไว้ตลอดว่า หากพบฟิล์มเก่าๆ ก็ให้ส่งข่าวด้วย ต่อมาบริการฉายหนังกลางแปลงที่จังหวัดร้อยเอ็ด ก็โทรศัพท์มาบอกคุณโต๊ะว่า พบฟิล์มหนัง 16 มม.เรื่องหนึ่ง มีแค่ 2 ม้วน ตามปกติหนังเรื่องหนึ่งจะอยู่ที่ 4-5 ม้วน ฟิล์มแต่ละม้วนจะยาวประมาณ 40 นาที คนที่พบฟิล์มเขาบอกว่า ฉายดูแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร เห็นที่ขอบรีลเขียนชื่อไว้ว่า "นกน้อย" ซึ่งตามปกติ



ถ้าหนังไม่จบเรื่อง คุณโต๊ะแกจะไม่เอาเพราะแกจะนำมาทำวีซีดีจำหน่าย จึงต้องการแต่หนังที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ แต่พอรู้ว่าเป็นนกน้อยก็เลยอยากจะดูเล่นๆ เขาก็ส่งฟิล์มมาให้ พอฟิล์มมาถึง ปุ๊บ ก็ให้ผมนำมาฉายหนังดูทันทีว่า ใช่นกน้อยหรือไม่ ดูแล้วก็ฟันธงเลยว่า ไม่ใช่นกน้อย คุณโต๊ะก็ให้ผมเก็บฟิล์มไว้ ต่อมาอีกเกือบปีจึงทราบว่าเป็นเรื่อง ปูจ๋า แม้ว่าจะมีฟิล์มแค่ 2 ม้วน แต่ก็ยังดูรู้เรื่องเพราะผ่านจุดสำคัญของเรื่องไปแล้ว  


ปูจ๋า นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-อดุลย์-ดอกดิน-อรสา-ชฎาพร-สมจิตร-สุวิน-มาลี-ธัญญา สร้างโดย กัญญามาลย์ภาพยนตร์ โดย บรรจง กัญญามาลย์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ดอกดิน กัญญามาลย์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 29 กันยายน 2510 ที่โรงหนังคาเธ่ย์

สมัยก่อน หนังดอกดิน กัญญามาลย์ จะเป็นหนังครบรส สอดแทรกมุกตลกไว้เป็นจุดขาย เนื้อเรื่องค่อนข้างละเอียด เรื่องย่อๆ นี้ จะเน้นไปทางแกนหลักของเรื่องนะครับ

หนังเริ่มเรื่องที่เกาะสาหร่าย ปู (เพชรา) กุ้ง (อรสา) หอย (ดอกดิน) เป็นเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยวกัน ปูมีพ่อชื่อ ฤทธิ์ (สุวิน) เป็นชาวประมง วันหนึ่งที่งานวัด ปู กุ้ง หอยกินข้าวของต๊อก (ล้อต๊อก) แล้วไม่มีเงินจ่าย หอยก็เลยแอบล้วงกระเป๋าสตางค์ของ ร.ต.ท.จักรวาล (มิตร) ซึ่งมาเที่ยวงานวัดกับ ร.อ.ตะวัน ร.น. (อดุลย์) พอหอยจ่ายค่าข้าวของพวกตนเสร็จ ก็เห็นว่า ต๊อกกำลังทวงสตางค์ค่าข้าวกับจักรวาล หอยจึงเข้าไปจ่ายค่าข้าวให้แทน ทำให้จักรวาลได้รู้จักปู  ต่อมาเมื่อปูรู้ว่า หอยล้วงกระเป๋า เงินจักรวาล ก็นำกระเป๋าเงินไปคืนและถูกจักรวาลทำโทษด้วยการให้ทำอาหาร ความสัมพันธ์ของปูกับจักรวาลเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ

ต่อมาคุณนายลักษณา (สมจิตร) ก็พาแม่น้อม (มาลี) น้ำทิพย์ (ชฎาพร) เพ็ญพักตร์ (นุสรา) มาพักตากอากาศที่บ้านบนเนินเขา ปูกับหอย นำของที่น้ำทิพย์สั่งซื้อไว้ไปส่ง ก็เห็นจักรวาลกำลังเต้นรำสโลว์ซบกับเพ็ญพักตร์ เพ็ญพักตร์ก็ต่อว่าปูจักรวาลออกรับแทน แต่ปูก็บอกว่าไม่รู้จักกับจักรวาล ฝ่ายคุณนายลักษณากับแม่น้อมก็พึ่งพอใจในตัวปูเป็นอย่างมาก บอกให้ปูมาหามาเที่ยวบ้านหลังนี้ได้



น้ำทิพย์กับเพ็ญพักตร์ อิจฉาปูจึงกลั่นแกล้งหาว่า ปูขโมยแหวนเพชรไป ฤทธิ์ก็บอกให้ปูเจียมเนื้อเจียมตัวเพราะเป็นคนจน คุณนายลักษณาเห็นปูหายไปหลายวัน จึงไปหาที่บ้าน ก็พบกับฤทธิ์สามีเก่าจึงรู้ว่า ปูเป็นลูกสาวของตนที่ฤทธิ์หอบหิ้วจากกรุงเทพฯมาเลี้ยงที่เกาะสาหร่าย แต่ฤทธิ์ห้ามไม่ให้คุณนายลักษณามายุ่งเกี่ยวกับปู

ต่อมาเมื่อฤทธิ์ออกหาปลาก็เกิดพายุใหญ่ พัดเรืออับปาง ปูคิดว่าพ่อตายแล้วประกอบกับมีตำรวจมาป่วนเปี้ยนที่บ้าน ด้วยความกลัวทำให้ทั้งสามคนหนีเข้ากรุงเทพฯ ไปรับจ้างหาเงินเป็นวันๆ เผอิญวันหนึ่งขณะที่ปูกำลังขนดินเข้าไปถมในบ้านหลังหนึ่งก็เห็นจักรวาลกับเพ็ญพักตร์เคลียคลออยู่ด้วยกัน ก็น้อยใจเพราะคิดว่าจักรวาลลืมตน แต่ตะวันซึ่งติดตามหาปู กุ้ง หอย ก็เล่าความจริงให้ฟัง



เมื่อปูหายไป จักรวาลก็มาดักรอพบปูเพื่อจะปรับความเข้าใจ ขณะที่คุณนายลักษณาก็มาจอดรถรอพบปูด้วย ปูต่อว่าจักรวาลและให้จักรวาลกลับไปก่อน ฝ่ายคุณลักษณาก็ตามปูเข้าไปในบ้านเช่าและพูดปรับความเข้าใจโดยไม่ทราบว่าขณะนั้น ตะวันก็พาฤทธิ์ซึ่งรอดตายจากเรืออับปางมารอพบปูที่บ้านเช่าเหมือนกัน ฤทธิ์ได้ยินที่ปูคุยกับแม่ลักษณาแล้วก็เห็นว่า ถ้าปูได้อยู่กับแม่ จะสุขสบายมากกว่าอยู่กับตน ก็คิดว่าจะแอบหนีไป ปล่อยให้ปูคิดว่า พ่อตายไปแล้วจะดีกว่า ขณะนั้นมือปืนที่น้ำทิพย์


จ้างมายิงปู ก็แอบยิงปู แต่พลาดไปถูกคุณนายลักษณาได้รับบาดเจ็บ มือปืนวิ่งหนีและชนกับฤทธิ์และทิ้งปืนไว้กับฤทธิ์ ตำรวจจับฤทธิ์ข้อหาพยายามฆ่า แต่ตะวันกับจักรวาลก็เป็นพยานยืนยันว่า ฤทธิ์ไม่ใช่คนร้าย

สุดท้ายเมื่อปูรู้ว่า พ่อยังไม่ตาย ก็ตัดสินใจไม่ถูกว่า จะเลือกอยู่กับใคร แม่น้อมซึ่งเป็นยายแท้ๆ ของปู ก็บอกให้สามคนพ่อแม่ลูกนั่นแหละอยู่ร่วมกันเพราะคนที่ผิดจริงๆ ก็คือ แม่น้อมที่ในอดีตกีดกันความรักของพ่อแม่ปู