By OTTO

ขุนทาส โดย มนัส กิ่งจันทร์


ตั้งแต่เด็กๆ มาแล้วนั้น ผมจะผูกพันอยู่กับการดูหนังกลางแปลงมาตลอด พอได้ดูหนัง ก็นึกอยากจะเป็นคนฉายหนัง อยากจะเป็นคนพากย์หนังกับเขาบ้าง พอว่างๆ ตอนเป็นเด็กๆ ผมก็มักจะชอบเดินเตร่ๆ ไปที่สำนักงานบริการฉายหนังกลางแปลง


ไปเดินดูใบปิดโฆษณาหนังที่เขาปิดโชว์ให้เจ้าภาพมาเลือกไปฉาย สมัยนั้นบริการหนังกลางแปลงในตัวเมืองสุรินทร์จะมีอยู่ 2-3 แห่ง ผมก็ไปมันทุกแห่งเพราะแต่ละแห่ง ใบปิดหนังก็จะไม่เหมือนกัน ดูใบปิดหนังไป ก็ได้แต่คิดตามประสาเด็กๆ


จินตนาการไปทั่วไปว่า หนังจะต้องเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ยิ่งถ้าได้เพื่อนๆ ไปดูด้วยกัน ต่างคนก็ต่างจะเล่าอะไรไปตามจินตนาการของตัวเอง บางครั้งแม้จะเป็นหนังที่เพิ่งได้ดูมาพร้อมๆ กัน ก็ยังเล่าไม่เหมือนกันอีก

เวลาไปเดินดูใบปิดหนังนั้น จะมีสิ่งหนึ่งที่พวกเราชอบเหมือนๆ กันก็คือ การรอเก็บเศษฟิล์มหนังที่เขาจะตัดทิ้ง รู้สึกว่า จะเป็นอะไรที่มีค่ามากๆ ถึงขนาดว่า พวกเราจะต้องแย่งยื้อกันให้ถึงที่สุดเพื่อให้ได้เศษฟิล์มหนังนั้นมาเป็นของตัวเอง


เมื่อได้เศษฟิล์มมาแล้ว ก็จะเอามาฉายดูกันเล่นๆ โดยมีแว่นขยายเลนซ์นูนเป็นตัวขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น ส่วนแสงไฟก็อาศัยจากแสงแดดผ่านกระจกเงาหรืออาศัยแสงจากไฟฉายส่องผ่านแว่นขยายออกไปสู่จอหนังเล็กๆ ที่พวกเราทำขึ้น


จากนั้นก็พากันพูด พากันพากย์เล่นๆ ไปตามประสาเด็กๆ การที่ได้ไปยืนดูใบปิดโฆษณาหนังที่สำนักงานหนังกลางแปลงนี้เองจึงทำให้ผมมีโอกาสจดจำชื่อหนัง จดจำรูปภาพต่างๆ ที่อยู่บนใบปิดหนัง

อย่างหนังเรื่อง ขุนทาส ที่จะพูดถึงนี้ สมัยเด็กๆ จำได้ว่า ก็เคยเห็นใบปิดโฆษณามาก่อน แต่ไม่แน่ใจว่าจะเคยได้ดูหนังด้วยหรือไม่ แต่ดูจากใบปิดโฆษณาแล้ว ก็คิดว่า หน้าหนังจะต้องเรียกคนดูได้แน่ๆ เพราะภาพวาดตัวแสดงแต่ละคนหรือฉากต่างๆ ที่เห็นนั้นมันช่างชวนให้ติดตามและอยากจะดูหนังเหลือเกิน ก็ลองนึกถึงว่า


เวลาที่เจ้าภาพไปติดต่อว่าจ้างหนังกลางแปลงมาฉายนั้น เจ้าภาพเขาจะไปที่สำนักงานแล้วก็เลือกหนังจากใบปิดโฆษณาที่ปิดไว้ในสำนักงาน สมัยนั้นหนังกลางแปลงมักจะฉายกันโต้รุ่งคือฉายหนัง 5 เรื่อง ผมว่า ถ้าเจ้าภาพเห็นแค่ใบปิดหนังขุนทาสใบนี้ มีหรือที่เขาจะไม่เลือกเอาไปฉาย ภาพที่วาดออกมา วาดได้รสชาติ ดูยิ่งใหญ่ น่าดู น่าติดตาม ยิ่งได้เห็น มิตร ชัยบัญชา แต่งชุดทหารเท่ๆ แบบนี้ด้วย ผมว่า เจ้าภาพจะต้องชอบแน่ๆ



สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ว่า เจ้าภาพหลายๆ คนจะต้องเลือกหนังเรื่องนี้ไปฉายแน่ๆ ก็คือ หากนับระยะเวลาจากวันนั้นคือปี 2513 มาจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีใครเคยพบเคยเห็นกากฟิล์มหนังเรื่องนี้อีกเลย สมัยนั้น หนัง 16 มม.


อย่างนี้จะมีฟิล์มหนังอยู่ไม่เกิน 5 ก๊อบปี้ซึ่งจะใช้ฉายทั่วประเทศ ก็เรียกว่า แบ่งกันฉายตามภูมิภาคละ 1 ก๊อบปี้ ถ้าเป็นหนังดัง หนังดี หนังก็จะถูกฉายบ่อยๆ ยิ่งฉายมากเท่าไหร่ ฟิล์มหนังก็จะยิ่งชำรุดหรือเสียหายไปมากเท่านั้น นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเรายังตามหากากฟิล์มหนังเรื่องนี้ไม่พบ


ทุกวันนี้ ขุนทาส ที่เราพบ ก็มีเพียงภาพนิ่งและเรื่องย่อจากหนังสือดาราเก่าๆ เท่านั้น เมื่อผมได้เห็นภาพนิ่งและได้อ่านเรื่องย่อประกอบแล้ว ก็รู้สึกไม่ค่อยจะคุ้นกับเนื้อเรื่องเลย นั่นก็แสดงว่า หนังเรื่องนี้ไม่เคยผ่านสายตาผมตอนเป็นเด็กๆ แน่ คงจะเคยได้เห็นแค่ใบปิดโฆษณาเท่านั้น

ขุนทาส เป็นบทประพันธ์ของ รพีพร แก้วฟ้า เนรมิต พรานบูรพ์และส.อาสนจินดา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง สร้างโดย พงศ์ไทยภาพยนตร์ มีคุณลัดดา ประทับสิงห์ เป็นผู้อำนวยการสร้างและครูเนรมิต เป็นผู้กำกับการแสดง ส่วนพระเอกนางเอกของเรื่องก็จะแบ่งออกเป็น 3 คู่ โดยคู่แรกก็เป็นดาราคู่ขวัญคือมิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์ คู่ที่สองก็คือเพชร พิษณุกับปริม ประภาพร ส่วนคู่ที่ 3 ก็คือ ฤทธี นฤบาลกับเนาวรัตน์ วัชรา นอกจากนี้ยังมีดาราสมทบอีกมากมายเช่น อดุลย์ ดุลยรัตน์ ฑัต เอกฑัต อดินันท์ สิงหิรัญ ล้อต๊อก ฯลฯ ฉายครั้งแรกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2513 ที่โรงหนังเอ็มไพร์


ว่ากันตามคำโฆษณาของหนังแล้ว หนังจะเน้นโชว์ฉากยิ่งใหญ่ต่างๆ เพื่อให้เห็นความแตกต่างจากหนัง 16 มม.เรื่องอื่นๆ ในยุคเดียวกัน เช่น ฉากการต่อสู้กันทางเรือที่แม่น้ำโขง ฉากต่อสู้ยึดค่ายฮ่อที่เมืองกาญจนบุรี ส่วนเนื้อหาของหนังนั้น ก็จะเริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งโปรดสั่งให้มีการเลิกทาสแล้ว แต่ ฑัต เอกฑัต ซึ่งเป็นเจ้าเมืองแห่งหนึ่งทางภาคอีสานกลับไม่ยอมทำตามพระประสงค์ของรัชกาลที่ 5 ยังคงใช้อำนาจเถื่อนกดขี่ข่มเหงทาสในเรือนเบี้ยของตนต่อไป สร้างความไม่พอใจให้แก่ทาสจนคิดที่จะหาทางหลบหนีออกไปจากเรือน


ต่อมา เพชรา เชาวราษฏร์ ซึ่งรับบทเป็น "อีเครือ" ทาสสาวกับพรรคพวกหลายคน ก็พากันหลบหนีจากเรือนทาสไปสู่ความเป็นไทโดยมีพวกฮ่อเป็นผู้ช่วยในการหลบหนี แต่ที่ไหนได้ก็เหมือนเป็นการหนีเสือปะจระเข้เพราะพวกฮ่อที่มาช่วยนั้น เขาช่วยเพราะหวังจะยึดตัวทาสเหล่านั้นไปเป็นแรงงานให้กับพวกตนเอง กลายเป็นว่า เรือนทาสของพวกฮ่อใช้แรงงานหนักยิ่งกว่าเรือนทาสของฑัต เอกฑัต เสียอีก เพชราจึงลักลอบหนีออกมาเพื่อจะไปหาคนมาช่วยทาสคนอื่นๆ ที่ถูกกดขี่ข่มเหง จึงทำให้เพชราได้พบกับพระเอก มิตร ชัยบัญชา ซึ่งรับบทเป็น "ร้อยเอกขุนรณชิต" ที่กำลังนำทัพออกมาติดตามหาทาส เมื่อมิตรรู้เรื่องราวต่างๆ จากเพชรา ก็เลยปลอมตัวเป็นทาสเข้าในค่ายพวกฮ่อ จากนั้นก็รวบรวมสมัครพรรคพวกทาสที่ยังเป็นหนุ่มๆ เข้าต่อสู้กับพวกฮ่อจนสามารถหลบหนีออกมาจากค่ายพวกฮ่อได้สำเร็จ

ทาสหนุ่ม ทาสสาว เมื่อหลุดจากทาสมาเป็นไท ต่างก็ลงเอยด้วยการแต่งงานอย่างมีความสุข มิตรก็คู่กับเพชรา ส่วนเพชร พิษณุ ซึ่งแสดงเป็นไอ้พันก็คู่กับปริม ประภาพร ที่แสดงเป็นเกษร และฤทธี นฤบาล ที่แสดงเป็นเจ้ากิ่งก็คู่กับเนาวรัตน์ วัชรา ที่แสดงเป็นไต้เหลียน