By Breez


ดอกดิน ศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างตำนาน ล้านแล้วจ้า โดย มนัส กิ่งจันทร์

                  เชื่อว่า คนที่ดูหนังไทยมานานๆ ไม่มีใคร ไม่รู้จัก ดอกดิน กัญญามาลย์

                  ดอกดิน เป็นทั้งดาราตลก ภายหลังก็พลิกผันตัวเองขึ้นมาเป็นผู้สร้างหนัง ผู้กำกับหนังที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งของเมืองไทยและเป็นเจ้าของวลียอดฮิตที่ว่า "ล้านแล้วจ้า"


ผมเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณดอกดิน กัญญามาลย์ หลายครั้ง แต่ละครั้งก็ได้สอบถามถึงเหตุผลต่างๆ ในการที่มีตัวละครบางตัวหรือมีฉากบางฉากในหนังของดอกดิน ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจลึกๆ ถึงการสร้างหนังของคุณดอกดิน กัญญามาลย์และเสียใจกับการจากไปของท่าน เมื่อเช้าวันที่ 15 พฤษภาคม 2561           

ดอกดิน กัญญามาลย์ เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2467 ที่กรุงเทพมหานคร มีแววเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็กๆ พออายุได้ 7 ขวบ คุณพ่อก็พาไปฝากครูกู๋ บุนนาค ให้ฝึกสวดคฤหัสถ์ (การแสดงจำอวดในงานศพ) ดอกดินเคยตั้งคณะจำอวด เคยอยู่กับละครเร่คณะอมรศิลป์ ต่อมาก็ได้แสดงจำอวดสลับฉากหน้าเวทีที่โรงหนังเฉลิมบุรีร่วมกับ จอก ดอกจันและอยู่เรื่อยมาจนถึงละครคณะศิวารมณ์ คณะอัศวินการละคร ครั้น จอก ดอกจัน เสียชีวิต ดอกดินได้แสดงร่วมกับล้อต๊อก-สมพงษ์ พงษ์มิตร แต่เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงก็มีหนังต่างประเทศเข้ามาฉายในเมืองไทยมากขึ้น ทำให้วงการละครเวทีเริ่มตกต่ำ ดอกดินจึงเลิกแสดงละคร


ดอกดิน เริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์ครั้งแรกด้วยการแสดงเป็นตัวประกอบในหนังเรื่อง ทหารใหม่ จากนั้นก็เริ่มสนใจการสร้างหนัง จึงหัดเขียนบท เขียนเรื่องเอง จากนั้นก็เริ่มลองสร้างหนังเอง กำกับเอง แรกๆ ก็เป็นหนังขาวดำ เช่นเรื่อง สามเกลอถ่ายหนัง (2495) สามเกลอเจอจานผี แต่ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ จึงกลับไปแสดงเป็นตัวประกอบอีกหลายเรื่องเช่น ธิดายาจก (2497 วิไลวรรณ-พันคำ) หญิงคนชั่ว (2498 วิไลวรรณ-ฉลอง) เศรษฐีอนาถา (2499 ระเบียบ-เสถียร) มังกรทอง (2500 เกอหล่าน-ส.อาสนจินดา)

ดอกดิน กลับมาสร้างหนังอีกครั้งโดยใช้ชื่อว่า พระนครภาพยนตร์ สร้างเป็นหนังสีธรรมชาติ เรื่อง ดาวคลี่ นำแสดงโดย กรรณิการ์ ดาวคลี่-สิงห์ มิลินทราศัย เข้าฉายปลายเดือนมกราคม 2501 ที่โรงหนังเอ็มไพร์ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอีก จึงกลับไปแสดงเป็นตัวประกอบโดยเฉพาะบทตัวตลกตามพระ-ตามนาง เรื่องเช่น พล นิกร กิมหงาน ตอน เวทีถล่มและพิชิตเมีย (2501 งามตา-พงษ์ลดา) แม่นาคพระโขนง (2502 สุรสิทธิ์-ปรียา) สาวดาวเทียม (2503 อมรา-สมควร) มังกรหยก (2504 วรเทพ-อภิญญา) จอมใจเวียงฟ้า (2505 จิตรกร-อรสา)


จากนั้น ดอกดินก็วกกลับมาสร้างหนังอีก เริ่มจากหนัง 16 ม.ม. ใช้ชื่อว่า กัญญามาลย์ภาพยนตร์ เริ่มจากเรื่อง แพนน้อย (2506 มิตร-เพชรา) และ ฝนแรก (2506 ไชยา-เพชรา) ใช้ดาราแสดงระดับแม่เหล็ก โดยระยะแรกมอบให้ ศิริ ศิริจินดา เป็นผู้กำกับการแสดง ต่อมาดอกดินจึงได้กำกับหนังเองจากเรื่อง นกน้อย นำแสดงโดย มิตร-เพชรา เข้าฉายวันที่ 18 กันยายน 2507 ที่โรงหนังคาเธ่ย์ หนังก็ผ่านหลักล้านบาทไป จนเกิดวลียอดฮิตในยุคนั้นว่า "ล้านแล้วจ้า..." และในการประกาศรางวัลตุ๊กตาทองพระสุรัสวดี ครั้งที่ 8 ประจำปี 2510 นกน้อย ก็ได้รับ 3 รางวัลตุ๊กตาทองคือ ดารานำหญิงยอดเยี่ยม (เพชรา เชาวราษฎร์) ดาราประกอบชายยอดเยี่ยม (ดอกดิน กัญญามาลย์) ผู้พากย์ยอดเยี่ยม (สมพงษ์-จุรี) จากนั้นดอกดินก็ผูกขาดดาราอย่างมิตร-เพชรา ไว้กับหนังแนวครบรสอีกหลายเรื่อง ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น สมบัติ-เพชรา ยิ่งถ้าหนังมีดอกดินจับคู่กับอรสาด้วยแล้ว ก็จะยิ่งเรียกเสียงฮาเพิ่มมากยิ่งขึ้น เช่น ลมหวน (2508 มิตร-เพชรา) แสงเทียน (2509 มิตร-เพชรา) นกเอี้ยง (2509 มิตร-เพชรา) ปูจ๋า (2510 มิตร-เพชรา) มดแดง (2510 มิตร-เพชรา) ดอกอ้อ (2511 มิตร-เพชรา) กบเต้น (2511 มิตร-เพชรา) ลมเหนือ (2512 มิตร-เพชรา) ไทยน้อย (2512 สมบัติ-เพชรา) ไทยใหญ่ (2513 สมบัติ-เพชรา) ม้ามืด (2513 สมบัติ-เพชรา) ไก่นา (2514 สมบัติ-เพชรา) เชียงตุง (2515 สมบัติ-เพชรา)


ดอกดิน เริ่มสร้างหนัง 35 ม.ม. พากย์เสียงในฟิล์มเรื่องแรกคือ ไอ้ทุย (2514 สมบัติ-เพชรา) จากนั้นก็ตามด้วย สายฝน (2516 สมบัติ-เพชรา) คนกินเมีย (2517 สมบัติ-วันดี) แหม่มจ๋า (2518 สมบัติ-มยุรา) มือปืนพ่อลูกอ่อน (2518 สมบัติ-มยุรา) กุ้งนาง (2519 สมบัติ-มยุรา) แม่ดอกกัญชา (2520 สมบัติ-มยุรา) สิงห์สำออย (2520 สมบัติ-มยุรา) ไอ้ 8 นิ้ว (2521 สรพงศ์-มยุรา) แม่เขียวหวาน (2522 สรพงศ์-เนาวรัตน์) ย.ยอดยุ่ง (2523 สรพงศ์-เนาวรัตน์) นกน้อย (2524 สรพงศ์-สาลิกา) เฮงสองร้อยปี (2525 สรพงศ์-เนาวรัตน์) สาวแดดเดียว (2526 สรพงศ์-ม.ล.สุรีย์วัล)

นอกจากนี้ ดอกดิน ก็ยังเคยรับกำกับหนังให้ผู้สร้างรายอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง เช่น น้อยใจยา (2509 ไชยา-เพชรา) พิมพิลาไล (2509 มิตร-พิศมัย) จุฬาตรีคูณ (2510 มิตร-เพชรา) ปิ่นรัก (2510 มิตร-เพชรา) ฯลฯ