By Ton@Smile

เทพธิดาบ้านไร่ โดย มนัส กิ่งจันทร์

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 ผมกับเพื่อนๆ เดินทางไปทำบุญมิตร ชัยบัญชา 3 วัด เริ่มจากวัดแค นางเลิ้ง กรุงเทพฯ วัดท่ากระเทียมและวัดสมุทรคามหรือวัดบ้านท่า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี แต่เฉพาะที่วัดท่ากระเทียมนั้น ปีนี้ นอกจากจะมีหุ่นปั้นมิตร ชัยบัญชา ซึ่งเพิ่งปั้นขึ้นใหม่ๆ แล้ว ก็ยังมีการทำพิธีเปลี่ยนชุดให้หุ่นมิตร ชัยบัญชา ตัวเดิมที่ปั้นโดยคุณยอดชาย เมฆสุวรรณ อีกด้วย


เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 ผมกับเพื่อนๆ เดินทางไปทำบุญมิตร ชัยบัญชา 3 วัด เริ่มจากวัดแค นางเลิ้ง กรุงเทพฯ วัดท่ากระเทียมและวัดสมุทรคามหรือวัดบ้านท่า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี แต่เฉพาะที่วัดท่ากระเทียมนั้น ปีนี้ นอกจากจะมีหุ่นปั้นมิตร ชัยบัญชา ซึ่งเพิ่งปั้นขึ้นใหม่ๆ แล้ว ก็ยังมีการทำพิธีเปลี่ยนชุดให้หุ่นมิตร ชัยบัญชา ตัวเดิมที่ปั้นโดยคุณยอดชาย เมฆสุวรรณ อีกด้วย


สัญญาท่ากระเทียมและสาวบางแสน นั้น เป็นเพลงรักของหนุ่มท่ากระเทียมกับสาวบางแสน ที่ยึดเอาวันที่ 8 ตุลาคมอันเป็นวันคล้ายวันเสียชีวิตของมิตร ชัยบัญชา เป็นวันนัดหมายพบกันที่ศาลมิตร ชัยบัญชา แต่เผอิญเกิดความเข้าใจผิดเรื่องสถานที่นัดพบ ก็เลยไปรอกันคนละที่ จึงไม่ได้พบกัน ลองหาฟังดูนะครับ


 

 


พูดถึง ภาพยนตร์มิตร ชัยบัญชา แล้ว ก็ยังมีอีกหลายๆ เรื่องที่ฟิล์มได้สูญหายไปแล้วก็เรียกว่า ทำให้เราหมดหวังจะได้ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ นั่นแหละครับ อย่างเรื่อง เทพธิดาบ้านไร่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในสภาพเช่นว่านี้เพราะปัจจุบันก็ไม่เคยมีข่าวคราวอะไรเรื่องฟิล์มเรื่องนี้อีก


เทพธิดาบ้านไร่ เป็นภาพยนตร์ 16 มม. พากย์สดๆ นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา-เพชรา เชาวราษฎร์-ประจวบ ฤกษ์ยามดี-กิ่งดาว ดารณี-อดุลย์ ดุลยรัตน์-แมน ธีระพล-อรสา อิศรางกูรฯ-เทียว ธารา-อดินันท์ สิงหิรัญ-ล้อต๊อก-สมพงษ์.. สร้างโดย เสรีภาพยนตร์ โดยคุณปราโมทย์ เสรีเชษฐพงษ์และคุณณรงค์ พงษ์วชิรินทร์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง.. ครูรังสี ทัศนพยัคฆ์ เป็นผู้กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันที่ 29 ธันวาคม 2510 ที่โรงหนังคาเธ่ย์


พูดถึงหน้าหนังหรือความโด่งดังในสมัยนั้นแล้ว ก็ไม่ธรรมดาครับเพราะเป็นภาพยนตร์ที่ชิงโปรแกรมฉายส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ด้วย ดาราแม่เหล็กอย่าง มิตร-เพชรา ก็ไม่ทำให้แฟนภาพยนตร์ต้องผิดหวัง ถ้าจะผิดหวังก็มีแต่พวกเราคนรุ่นหลังๆ นี่แหละครับที่ตามหาฟิล์มมาฉายดูอีกไม่ได้ ก็เลยต้องตามหาภาพนิ่ง ใบปิดโปสเตอร์หรือเรื่องย่อมาดู มาอ่านแทนซึ่งกว่าจะได้มาแต่ละเล่ม แต่ละเรื่อง ก็ไม่ใช่ง่ายๆ นะครับ


เทพธิดาบ้านไร่ เป็นภาพยนตร์ตลกเฮฮาประสาคนบ้านไร่บ้านนา แค่เห็นรูปวาดจากใบปิดโปสเตอร์ เห็นเด็กๆ ถือหนังสติ๊ก ขี่จักรยาน มิตรปั่นรถสามล้อถีบ เห็นล้อต๊อก สมพงษ์ แต่งชุดเป็นคาวบอยบ้านไร่บ้านนา ก็น่าสนุกแล้ว ยิ่งสมัยก่อนเขาจะนิยมสร้างภาพยนตร์กันแบบครบรสด้วย เรื่องนี้ก็คงจะถูกใจแฟนภาพยนตร์ในยุคนั้น


มาดูเรื่องย่อๆ กันนะครับ

พระเอกของเรื่องคือ มิตร ชัยบัญชา รับเป็น โยธิน เทวราช เศรษฐีหนุ่มใจบุญ ส่วนนางเอก เพชรา เชาวราษฎร์ ก็รับบทเป็น เกศแก้ว เพชรรุ้ง สาวบ้านไร่


เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อมิตร เศรษฐีหนุ่มขี่ม้ามาเที่ยวเล่นแถวๆ ไร่ของนายกล่ำพ่อนางเอก แล้วเผอิญม้าเกิดตกใจ สะบัดมิตรตกจากหลังม้าได้รับบาดเจ็บที่ขา เพชรานางเอกก็กุลีกุจอช่วยเหลือมิตร เพราะความใจดี มีน้ำใจบวกกับความน่ารักของนางเอก ก็ทำให้มิตรเกิดความประทับใจ ประมาณว่าเป็นรักแรกพบนั่นแหละครับ


พอเพชราถามมิตรว่าชื่ออะไร มิตรก็เกิดนึกสนุก อยากจะลองใจนางเอกดูว่า ถ้าหากตนบอกว่า ตนเองเป็นคนงานในไร่จนๆ คนหนึ่ง แล้วเพชราจะคิดอย่างไร จะรักตนหรือเปล่าหนอ ว่าแล้วพระเอกก็ตอบนางเอกว่า ตนเองชื่อแฉล้ม เป็นคนงานในไร่ของโยธิน เทวราช ซึ่งเพชราก็ไม่ได้คิดหรือสงสัยอะไร


ต่อมาเมื่อพระเอกได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับนางเอกมากขึ้น ก็รู้สึกรักมาก มีอะไรก็อยากจะช่วยเหลือ ต่อมาพระเอกทราบว่า ไร่ที่พ่อนางเอกทำกินอยู่นั้นติดจำนองนายทุนหน้าเลือดที่ชอบกว้านซื้อที่ดินเป็นของตัวเอง พอรู้ว่าที่ดินติดจำนองอยู่ 3,000 บาท พระเอกก็คิดจะช่วยเหลือนางเอกเพื่อตอบแทนบุญคุณ แต่พอส่งคนไปสอบถามนายทุนเพื่อจะไถ่ที่ดินคืน จึงทราบว่า สัญญากู้เงินไม่ได้เขียนว่า 3,000 บาท แต่เขียนเป็น 30,000 บาท จึงยังไถ่ถอนออกมา ต่อมาเมื่อที่ดินของพ่อนางเอกจะถูกยึด พระเอกก็ไปหาเงินมาช่วยซื้อที่ดินคืนให้และก็นำโฉนดที่ดินผืนนั้นมามอบให้พ่อของนางเอก แต่พระเอกกลับบอกนางเอกว่า คนที่ไปไถ่ที่ดินคืนให้ก็คือ เจ้านายของตนชื่อ โยธิน เทวราช เศรษฐีใจบุญและยังบอกอีกว่า ที่คุณโยธินช่วยไถ่ที่ดินคืนนั้นก็เพราะคุณโยธินต้องการจะได้ตัวนางเอกไปเป็นเมียน้อยอีกคน คราวนี้ พระเอกก็ใส่ไฟคุณโยธินใหญ่เลยว่า โยธินนั้นเป็นคนหนุ่มสำราญ มีทั้งเมียและผู้หญิงหลายๆ คนแล้วก็ยังอยากจะได้นางเอกอีก ตอนนี้ก็กำลังจะมาดูตัวนางเอกด้วย นางเอกก็กลัว ไม่กล้าจะพบกับโยธิน


ว่าแล้ว พระเอกก็ให้เพื่อนอีกคนปลอมตัวทำทีเป็นคุณโยธิน มาขอแม่นางเอกให้ยกนางเอกให้แต่งงานกับโยธิน แต่นางเอกก็ยังไม่ยอมเพราะตอนนั้นนางเอกเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ตนรักพระเอกหรือนายแฉล้ม พระเอกก็รักตนด้วยเช่นกัน นางเอกสงสารที่พระเอกจะต้องผิดหวัง


ต่อมาพ่อนางเอกก็ล้มเจ็บ หมอบอกว่า เป็นวัณโรค นางเอกก็ไม่มีทางจะหาเงินมารักษาพ่อได้ พระเอกก็เลยอาสาขี่สามล้อรับจ้างหาเงินช่วยรักษาพ่อให้ ก็ยิ่งทำให้นางเอกประทับใจในตัวพระเอกมากขึ้นอีกและสงสารพระเอกด้วยที่ต้องมาลำบากเพื่อตน นางเอกจึงบอกพระเอกว่า ต่อไปไม่ต้องลำบากอีกแล้ว จะมีเงินจะรักษาพ่อแล้ว พระเอกก็ถามว่า จะเอาเงินมาจากไหน นางเอกก็ตอบว่า นางเอกจะไปตกลงรับปากเป็นเมียน้อยของโยธินเพื่อให้ได้เงินมารักษาพ่อ นางเอกบอกพระเอกว่า รักพระเอก แม้จะเป็นคนจนๆ ไม่ได้รักโยธินเศรษฐีนั่นเลย แต่ที่ทำไปก็เพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ไม่อยากเห็นพระเอกต้องมาลำบากเพราะเธออีก คืนนี้โยธินก็จะส่งคนรับตัวเธอไปแล้ว


ครั้งถึงเวลานัดหมาย โยธิน เทวราชก็มาถึงบ้านนางเอก แล้วความจริงก็เปิดเผยขึ้นว่า พระเอกต่างหากที่เป็นโยธิน เทวราช ตัวจริง ส่วนโยธินที่นางเอกไปพบนั้นก็เป็นเพื่อนของพระเอกที่ปลอมตัวนั่นเอง ฝ่ายพ่อนางเอกเองก็ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรเลย ทั้งหมดเป็นเรื่องที่พ่อนางเอกและพระเอกต้องการจะลองใจดูว่า นางเอกรักนายแฉล้มคนจนๆ จริงแค่ไหน เมื่อรักเข้าใจในรัก ภาพยนตร์ก็อวสาน